เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ วางระบบป้องกันน้ำท่วมตั้งแต่ระดับผังโครงการ ทั้งยกระดับถนน บ่อสูบน้ำ และระบบระบายน้ำฉุกเฉิน พร้อมระบบความปลอดภัย 7 ระดับ ตั้งแต่ทางเข้าโครงการถึงตัวบ้าน สะท้อนโจทย์การเลือกที่อยู่อาศัยที่ต้องมองลึกกว่าดีไซน์และทำเล
การเลือกซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเล ราคา หรือรูปแบบการออกแบบเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ระบบระบายน้ำ และมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและต้นทุนการอยู่อาศัยในระยะยาว
เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการวางระบบป้องกันน้ำท่วมและความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบโครงการ โดยครอบคลุมทั้งโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ผ่านมาตรการหลัก 2 ด้าน ได้แก่ ระบบป้องกันน้ำท่วมครบวงจร (Comprehensive Flood Protection System) และระบบความปลอดภัย 7 ระดับ (7 Layers of Security System)
วางระบบป้องกันน้ำท่วมตั้งแต่ระดับผังโครงการ
มาตรการป้องกันน้ำท่วมเริ่มจากการศึกษาระดับน้ำท่วมสูงสุดของแต่ละพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมากำหนดระดับทางเข้าและถนนภายในโครงการ โดยบริษัทระบุว่าถนนภายในโครงการจะอยู่สูงกว่าถนนด้านหน้า พร้อมออกแบบเนินป้องกันน้ำบริเวณทางเข้าและติดตั้งแนวรั้วทึบรอบโครงการสูง 1 เมตร เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำภายนอกไหลเข้าสู่พื้นที่
ส่วนระบบจัดการน้ำภายในโครงการบ้าน มีการยกระดับบ่อสูบน้ำให้สูงกว่าถนนภายในโครงการ 1 เมตร พร้อมติดตั้งประตูเปิด–ปิดอัตโนมัติ ระบบปั๊มสูบน้ำ และท่อระบายน้ำฉุกเฉิน ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมมีการใช้ Box Wall หรือ Flood Wall ในจุดที่เหมาะสม เช่น ทางเข้าและพื้นที่จอดรถใต้ดิน เพื่อเพิ่มแนวป้องกันน้ำเข้าสู่อาคาร
นอกจากนี้ ยังเตรียมปั๊มสูบน้ำแบบเคลื่อนที่และกระสอบทรายสำหรับรับมือเหตุฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของระบบในแต่ละโครงการยังขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ความสามารถในการระบายน้ำ และความรุนแรงของสถานการณ์จริง
หาดใหญ่สะท้อนความสำคัญของระบบสำรอง
ร.อ. กรี เดชชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาโครงการต้องคำนึงถึงการใช้งานจริงของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะโครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค และการเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายหลังโครงการก่อสร้างเสร็จ
บริษัทได้ยกตัวอย่างโครงการเอสเซ็นท์ หาดใหญ่ ซึ่งระบุว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรงในเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อปี 2568 แต่มีการเตรียมระบบน้ำสำรอง เครื่องปั่นไฟฉุกเฉิน Food Station และจุดชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อรองรับความจำเป็นในช่วงสถานการณ์วิกฤต อีกทั้งการเชื่อมต่อกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลยังช่วยให้ลูกบ้านเข้าถึงสิ่งจำเป็นได้สะดวกขึ้น
บริษัทระบุว่า ยังติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและระดับน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมตรวจสอบระบบระบายน้ำ อุปกรณ์ และจุดเสี่ยงในแต่ละโครงการ รวมถึงจัดทีมดูแลเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ระบบความปลอดภัย 7 ระดับ ครอบคลุมตั้งแต่ทางเข้าถึงตัวบ้าน
อีกองค์ประกอบหนึ่งคือระบบความปลอดภัย 7 ระดับ ซึ่งบริษัทนำมาใช้เป็นแนวทางดูแลพื้นที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การคัดกรองบุคคลภายนอกจนถึงระบบตรวจจับความผิดปกติภายในบ้าน ประกอบด้วย Double Gate Security การแยกทางเข้า–ออกสำหรับผู้พักอาศัยและผู้มาติดต่อ ระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ ระบบจัดการข้อมูลผู้มาติดต่อ กล้องวงจรปิดทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนภายในบ้านมีการติดตั้ง Magnetic Sensor และ Shock Sensor บริเวณประตูและหน้าต่าง สำหรับตรวจจับความผิดปกติ ขณะที่คอนโดมิเนียมใช้ระบบ Face Scan สำหรับการผ่านเข้าออกพื้นที่โครงการ นอกจากนี้ ยังมีรั้วรอบโครงการสูง 3 เมตรพร้อมเหล็กแหลม เพื่อเพิ่มการป้องกันบริเวณแนวเขต
มาตรฐานที่ผู้ซื้อควรตรวจสอบ มากกว่าการดูจากโฆษณา
การมีระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบรักษาความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาที่อยู่อาศัย แต่ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละโครงการเพิ่มเติม ทั้งระดับพื้นที่เทียบกับถนนสาธารณะ ความสามารถในการระบายน้ำ ประวัติน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าสำรอง และเงื่อนไขการทำงานของอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
สำหรับระบบที่ต้องพึ่งพาการบำรุงรักษา เช่น ปั๊มน้ำ กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ตรวจจับ ผู้ซื้อควรสอบถามถึงแผนตรวจสอบและซ่อมบำรุง ตลอดจนผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลังส่งมอบโครงการ เพราะการติดตั้งระบบเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
มาตรฐานเบื้องหลังเหล่านี้จึงเป็นอีกปัจจัยที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะในช่วงที่ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและความปลอดภัยเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น