XCMG รุกตลาดเครื่องจักรไทย ดัน EV รับต้นทุนพลังงาน เล็งศึกษาฐานผลิตในประเทศ
XCMG Thailand เดินหน้าขยายตลาดเครื่องจักรก่อสร้างในไทย ชูเครื่องจักรพลังงานไฟฟ้ารับต้นทุนพลังงานและความต้องการลดการใช้เชื้อเพลิง พร้อมขยายเครือข่ายสาขาและบริการสินเชื่อ ขณะที่บริษัทเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย หลังระบุไทยยังมีโครงการก่อสร้างต่อเนื่องและเป็นตลาดที่มีศักยภาพในอาเซียน
นายต่ง หมิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็กซ์ซีเอ็มจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า XCMG ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างจากจีน มองตลาดประเทศไทยและอาเซียนยังมีโอกาสเติบโตจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้าง และความต้องการเครื่องจักรหนักของภาคเอกชน
สำหรับ XCMG ประเทศไทย เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2566 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 230 ล้านบาท ปัจจุบันมีสาขา 10 แห่งกระจายอยู่ในหลายภูมิภาคของประเทศ พร้อมให้บริการสินเชื่อและลีสซิ่งภายใต้บริษัท เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
ทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทให้น้ำหนักกับการขยายกลุ่มเครื่องจักรที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ทั้งรถตัก รถขุด รถยก รถบรรทุก รถโม่คอนกรีต และเครื่องจักรสำหรับงานท่าเรือ โดยมองว่าตลาดไทยเริ่มมีความต้องการเครื่องจักรที่ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มขึ้น

หนึ่งในตลาดที่บริษัทระบุว่าเริ่มเห็นการใช้งานชัดเจน คือกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร โรงสีข้าว และปูนซีเมนต์ ซึ่งมีความต้องการรถตักไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากลักษณะการใช้งานเป็นงานต่อเนื่องและมีต้นทุนพลังงานเข้ามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจลงทุน
เครื่องจักร EV แพงกว่า แต่โจทย์อยู่ที่ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน
นายต่ง หมิง กล่าวว่า แม้เครื่องจักรไฟฟ้าจะมีราคาซื้อเริ่มต้นสูงกว่าเครื่องยนต์สันดาป แต่ต้นทุนการใช้งานเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการนำมาพิจารณามากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานมีความผันผวน
บริษัทระบุว่า เครื่องจักรบางรุ่นสามารถทำงานต่อเนื่องได้ประมาณ 16 ชั่วโมง ขณะที่ใช้เวลาชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและรูปแบบการใช้งาน และบริษัทประเมินว่าหากนำต้นทุนการใช้งานมาคำนวณตลอดอายุการใช้งาน เครื่องจักรไฟฟ้าบางรุ่นอาจมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2–3 ปี
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินของบริษัท และในทางปฏิบัติระยะเวลาคืนทุนจะขึ้นอยู่กับชั่วโมงการทำงาน ค่าไฟฟ้า ราคาซื้อ ค่าเสื่อมราคา รวมถึงรูปแบบการใช้งานของแต่ละธุรกิจ
ด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ XCMG ระบุว่ามีความร่วมมือพัฒนาแบตเตอรี่กับ BYD พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ 5 ปี และมีแผนเพิ่มระยะเวลาการรับประกันในอนาคต
ฐานลูกค้าเอกชนเป็นตลาดหลัก
โครงสร้างลูกค้าของ XCMG Thailand บริษัทระบุว่า ประมาณ 20% เป็นกลุ่มผู้รับเหมาที่ทำงานในโครงการภาครัฐ รวมถึงโครงการระบบราง ขณะที่ประมาณ 80% เป็นลูกค้าภาคเอกชน ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มปูนซีเมนต์ และเหมืองแร่
สัดส่วนดังกล่าวสะท้อนว่า การเติบโตของตลาดเครื่องจักรก่อสร้างไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับการลงทุนของภาคเอกชนและกิจกรรมก่อสร้างในภาคอุตสาหกรรมด้วย
บริษัทระบุว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนด้านเทคโนโลยี EV และประเมินว่าปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดเครื่องจักรไฟฟ้าในประเทศไทยประมาณ 40%
ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดดังกล่าวยังเป็นข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยเอง จึงต้องติดตามข้อมูลตลาดจากหลายแหล่งประกอบเพื่อประเมินขนาดตลาดและตำแหน่งการแข่งขันที่แท้จริง
จากนำเข้าและจำหน่าย สู่การมองฐานผลิตในไทย
ประเด็นที่น่าจับตากว่าการขยายสาขาคือ XCMG เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการ จัดตั้งโรงงานผลิตเครื่องจักรก่อสร้างในประเทศไทย
ปัจจุบันบริษัทเน้นธุรกิจจัดจำหน่ายและบริการหลังการขาย ขณะที่แผนระยะต่อไปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มสาขาหรือดีลเลอร์ แต่เริ่มพิจารณาการลงทุนด้านการผลิตในประเทศด้วย
หากเกิดขึ้นจริง การตั้งฐานผลิตจะมีนัยมากกว่าการเพิ่มกำลังขาย เพราะอาจเชื่อมโยงกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การจ้างงาน ห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วน และการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน
แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอน ศึกษาความเป็นไปได้ ยังไม่ใช่การประกาศลงทุนตั้งโรงงานอย่างเป็นทางการ
CBA Expo ใช้โชว์เทคโนโลยีมากกว่าขายเครื่องจักร
สำหรับกลยุทธ์ตลาดในช่วงไตรมาส 3 บริษัทมองว่าฤดูฝนทำให้ความต้องการซื้อเครื่องจักรของลูกค้าบางส่วนชะลอตัว จึงเน้นสร้างความเชื่อมั่นผ่านการพาลูกค้าเยี่ยมชมโรงงานและการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า
หนึ่งในเวทีสำคัญคือ CBA Expo 2026 ระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2569 ที่ไบเทค บางนา โดย XCMG เตรียมนำเครื่องจักรพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่มาจัดแสดง ทั้งรถตัก รถขุด รถบรรทุกหนัก รถยก และแพลตฟอร์มทำงานที่สูง
สำหรับตลาดเครื่องจักรก่อสร้างไทย การเปลี่ยนผ่านสู่ EV จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นโจทย์ด้าน ต้นทุนการดำเนินงาน พลังงาน และการลงทุนระยะยาวของผู้รับเหมาและภาคอุตสาหกรรม
ขณะที่ XCMG กำลังขยับจากบทบาทผู้จำหน่ายเครื่องจักรในไทยไปสู่การสร้างเครือข่ายธุรกิจที่ครบขึ้น และการศึกษาฐานผลิตในประเทศจะเป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตาว่า สุดท้ายแล้วไทยจะเป็นเพียงตลาดปลายทาง หรือสามารถขยับขึ้นมาเป็นฐานธุรกิจของ XCMG ในภูมิภาคอาเซียนได้มากกว่านั้น



