บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาท “องค์กรแห่งโอกาส” เปิดกว้างด้านความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศ (Diversity & Inclusion) สนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถเติบโตได้ในทุกสายงานอย่างไร้ขีดจำกัด เนื่องในโอกาส International Women’s Day ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Give to Gain” ที่มุ่งเน้นการแบ่งปันและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในองค์กรและสังคม
องค์กรเดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและเท่าเทียม เปิดโอกาสให้ผู้หญิงแสดงศักยภาพในทุกบทบาท รวมถึงงานภาคปฏิบัติการที่ท้าทาย เช่น งานเหมืองและโรงโม่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้หญิงจำนวนมากก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำ และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ
หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จคือ “เสาวลักษณ์ ตันตระกูล” Commercial Manager บริษัท นครหลวงคอนกรีต จำกัด ในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ก่อนต่อยอดสู่บทบาทผู้นำสายงานเชิงพาณิชย์ โดยสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของอุตสาหกรรมเดิม และเติบโตสู่ตำแหน่งบริหารได้อย่างแท้จริง
เสาวลักษณ์ระบุว่า ความสำเร็จในการทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ แต่เกิดจากความสามารถ การปรับตัว และการบริหารทีมที่หลากหลาย โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันแบบ Cross Functional ที่ต้องอาศัยทักษะการสื่อสารและความเข้าใจองค์กรในภาพรวม พร้อมย้ำว่าการได้รับโอกาสจากองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันศักยภาพของบุคลากร
ขณะเดียวกัน นโยบายด้านความเสมอภาคทางเพศของปูนซีเมนต์นครหลวง ยังสอดคล้องกับงานวิจัยระดับสากลที่ชี้ว่า องค์กรที่มีความหลากหลายในระดับบริหารมีแนวโน้มสร้างผลประกอบการที่ดีกว่า โดยบริษัทมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความคิดเห็น เคารพความแตกต่าง และส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีโอกาสเติบโตอย่างเท่าเทียม
ด้าน “ดวงพร บุศราวงศ์” Chief Human Resources Officer ระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกเพศ ผ่านระบบสนับสนุนทั้งการฝึกอบรม การโค้ชชิ่ง และเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ปูนซีเมนต์นครหลวงมองว่า “ความหลากหลาย” ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะ “พลังผู้หญิง” ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจ และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กรยุคใหม่
การผลักดันความเสมอภาคทางเพศจึงไม่ใช่เพียงนโยบายองค์กร แต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคตอย่างแท้จริง