นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจไทย 3 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด การรองรับสังคมสูงวัย และการยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อดึงศักยภาพเศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตมากกว่า 3% หลังศักยภาพการเติบโตลดลงเหลือเพียง 2.7%
พร้อมยอมรับว่ายังมี 2 ความเสี่ยงสำคัญ ที่ต้องจับตา คือ เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจากต้นทุนพลังงาน และ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งอาจกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ หากปล่อยไว้จะทำให้ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจน็อก”
รัฐบาลจึงเร่งผลักดันการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมปลดล็อก Direct PPA เพื่อรองรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด AI และ Data Center
ประเด็นที่กระทบ “อสังหาริมทรัพย์”
1. การลงทุนโต = ดีมานด์อสังหาฯ เพิ่ม
หากการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวตามเป้า จะเกิดการจ้างงาน การย้ายแรงงาน และความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและเมืองเศรษฐกิจใหม่
2. พลังงานสะอาด กลายเป็นมาตรฐานโครงการ
การปลดล็อก Direct PPA จะช่วยให้โรงงาน อาคารสำนักงาน และโครงการอสังหาฯ สามารถใช้ไฟฟ้าสะอาดได้ง่ายขึ้น เพิ่มความสามารถแข่งขัน และตอบโจทย์นักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับ ESG และ CBAM
3. เงินเฟ้อสูง กดดันกำลังซื้อบ้าน
แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้น แต่หากเงินเฟ้อยังเร่งตัว จะกระทบค่าครองชีพ ทำให้กำลังซื้อบ้าน โดยเฉพาะตลาดระดับกลาง-ล่าง ฟื้นตัวช้าลง
4. ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ต้องจับตาค่าเงินบาท
หากการขาดดุลยืดเยื้อ อาจกระทบค่าเงินบาท ต้นทุนการเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์
5. Skill Bridge หนุนเมืองอุตสาหกรรม
การยกระดับแรงงานและกระจายงานสู่ภูมิภาค จะช่วยสร้างดีมานด์ที่อยู่อาศัยในหัวเมืองอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายเอกนิติยืนยันว่า รัฐบาลพร้อม คืนสิทธิให้ผู้ที่ถูกหลอกให้เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นบริษัท จนหลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้มีเจตนา
การคัดกรองรอบใหม่ยังพบว่า ผู้ถือบัตรกว่า 5 ล้านคนอยู่ในวัยทำงาน (20-60 ปี) รัฐบาลจึงเตรียมออกมาตรการ เพิ่มทักษะแรงงานและจัดหางาน มากกว่าการช่วยเหลือแบบให้เงินเพียงอย่างเดียว
มุมที่เกี่ยวกับอสังหาฯ
- หากรายได้ของผู้ถือบัตรเพิ่มขึ้น จะเป็นฐานกำลังซื้อใหม่ของ ตลาดบ้านราคาประหยัดและบ้านหลังแรก
- เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังเปลี่ยนจาก “รัฐสวัสดิการ” สู่ “รัฐสร้างโอกาส” ซึ่งระยะยาวส่งผลดีต่อตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย
- แต่ในระยะสั้น ตลาดบ้านระดับล่างยังขึ้นอยู่กับ รายได้ครัวเรือนและการเข้าถึงสินเชื่อ มากกว่าการแจกเงินเพียงอย่างเดียว
Property Channel
นโยบายของกระทรวงการคลังรอบนี้ไม่ได้มองแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่เป็นการ ปฏิรูปโครงสร้าง ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาด แรงงานคุณภาพ และสังคมสูงวัย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางการลงทุนและตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
หากการลงทุนเดินหน้าได้ตามเป้า อสังหาริมทรัพย์จะได้อานิสงส์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมใหม่ การย้ายฐานการผลิต และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตาคือ เงินเฟ้อและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อ ต้นทุนทางการเงิน และการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงต่อไป.