นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังขยายตัวในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลยังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลก การขนส่ง และต้นทุนพลังงาน
การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “ตลาดนัดนักข่าว ครั้งที่ 8” ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ โดยมีกรมการค้าภายในนำผลไม้จากเกษตรกรภาคตะวันออกมาจำหน่ายเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกร
ห่วงทุเรียนผลผลิตเพิ่ม เร่งทำตลาดรองรับ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ทุเรียนยังเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่มีมูลค่าตลาดกว่า 140,000-150,000 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น รวมถึงมีสัดส่วนผลผลิตขนาดเล็กเพิ่มขึ้น
กระทรวงจึงเร่งทำตลาดเชิงรุก ทั้งการส่งเสริมการจำหน่ายทุเรียนขนาดเล็ก การอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ และการประสานงานกับด่านส่งออกในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการส่งออกในช่วงฤดูกาลผลไม้
เปิดตลาดใหม่ ลดพึ่งพาตะวันออกกลาง
นางศุภจีระบุว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีสัญญาณผ่อนคลาย แต่รัฐบาลยังคงประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความไม่แน่นอนในภูมิภาคอาจส่งผลต่อเส้นทางการค้าและกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า
สินค้าบางประเภท เช่น ข้าว ซึ่งเคยมีตลาดสำคัญในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิรัก อาจเผชิญข้อจำกัดมากขึ้นหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งขยายตลาดไปยังภูมิภาคอื่น ทั้งแอฟริกาใต้ ลาตินอเมริกา และตลาดเกิดใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาระดับการส่งออกตามเป้าหมายของปี
ดัน FTA 5 ฉบับ เพิ่มแต้มต่อการแข่งขัน
อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่รัฐบาลใช้สนับสนุนการส่งออก คือการเร่งผลักดันความตกลงการค้าเสรี (FTA) และพิธีสารทางการค้า รวม 5 ฉบับ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569
ประกอบด้วย
- FTA ไทย–EFTA ซึ่งเป็น FTA ฉบับแรกระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศยุโรปนอกสหภาพยุโรป
- FTA ไทย–ภูฏาน
- การยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA)
- พิธีสารแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA)
- พิธีสารแก้ไขความตกลงมาร์ราเกชว่าด้วยการอุดหนุนประมงภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO)
กระทรวงพาณิชย์คาดว่าความตกลงดังกล่าวจะช่วยขยายโอกาสทางการค้า ลดอุปสรรคทางภาษี และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในระยะยาว
ต้นทุนน้ำมันยังเป็นแรงกดดันเศรษฐกิจ
สำหรับสถานการณ์ราคาพลังงาน กระทรวงพาณิชย์มองว่า แม้ราคาน้ำมันโลกเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แต่ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจยังไม่หมดไปในทันที เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณนำเข้าทั้งหมด
ต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงในช่วงก่อนหน้านี้ยังส่งผลต่อต้นทุนสินค้านำเข้าและค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบัน
เดินหน้า “ไทยช่วยไทย” หนุนเอสเอ็มอี
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้ามาตรการ “ไทยช่วยไทย” และ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยพบว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
มุมวิเคราะห์ Property Channel
ข่าวนี้แม้ดูเป็นข่าวพาณิชย์ แต่มีนัยต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ 3 ด้าน คือ
- หากส่งออกยังเติบโต จะช่วยรักษาการจ้างงานและกำลังซื้อในจังหวัดฐานการผลิตและโลจิสติกส์
- หากราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง จะกดต้นทุนก่อสร้างและค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง
- FTA ใหม่ โดยเฉพาะ EFTA และ ACFTA อาจดึงการลงทุนจากต่างชาติและหนุนความต้องการพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม-คลังสินค้าในระยะถัดไป