โซลาร์รูฟท็อปโตต่อ รับแรงหนุนลดหย่อนภาษี แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนอย่าตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว

กระแสการติดตั้ง Solar Rooftop ในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากทั้งต้นทุนค่าไฟฟ้าที่อยู่ในระดับสูง มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และความต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาคครัวเรือน ส่งผลให้ตลาดระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคากลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก IEA PVPS ระบุว่า ณ ปี 2567 ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สะสมเกือบ 10 กิกะวัตต์ หรือ 9,942 เมกะวัตต์ โดยเป็นระบบ Solar Rooftop ราว 3,310 เมกะวัตต์ คิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของกำลังการผลิตทั้งหมด ขณะที่แผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2024) ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเกือบ 39,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2580

อีกแรงหนุนสำคัญคือมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านพักอาศัย วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนของภาคครัวเรือนได้ในช่วงต่อจากนี้

ด้านบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ประเมินว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดจำหน่ายและติดตั้ง Solar Rooftop ปีนี้มีแนวโน้มเติบโตกว่า 300% สะท้อนความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบโซลาร์มองว่า ผู้บริโภคไม่ควรตัดสินใจจากราคาติดตั้งเพียงอย่างเดียว เนื่องจาก Solar Rooftop เป็นการลงทุนระยะยาวที่มีอายุใช้งานกว่า 20-25 ปี ความปลอดภัยและมาตรฐานของระบบจึงเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ระยะเวลาคืนทุน

ประเด็นที่ควรตรวจสอบก่อนติดตั้ง ได้แก่ มาตรฐานของอินเวอร์เตอร์ การรับรองจากการไฟฟ้า อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า เช่น สายไฟ เบรกเกอร์ อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก รวมถึงคุณภาพของงานเดินสายและการติดตั้ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของระบบในระยะยาว

นอกจากนี้ การติดตั้งควรผ่านการสำรวจโดยวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา พร้อมจัดเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น แบบระบบไฟฟ้า รายการอุปกรณ์ สัญญาติดตั้ง และเงื่อนไขการรับประกัน เพื่อรองรับการตรวจสอบหรือการเคลมสินค้าในอนาคต

ก่อนส่งมอบงาน เจ้าของบ้านควรทดลองระบบร่วมกับผู้ติดตั้ง ตรวจสอบค่าการผลิตไฟฟ้าผ่านหน้าจอหรือแอปพลิเคชัน รวมถึงรับเอกสารและข้อมูลการรับประกันให้ครบถ้วน โดยเฉพาะช่องทางติดต่อฝ่ายบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับระบบที่ต้องใช้งานต่อเนื่องหลายสิบปี

ในด้านการวางแผนการเงิน แม้การติดตั้ง Solar Rooftop จะช่วยลดค่าไฟในระยะยาว แต่ก็ยังเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินก้อน ผู้ให้บริการทางการเงินหลายรายจึงนำเสนอทางเลือกผ่อนชำระหรือโปรโมชันร่วมกับผู้ให้บริการติดตั้ง เพื่อช่วยลดภาระเงินสดของผู้บริโภค

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากพบข้อเสนอที่มีราคาต่ำผิดปกติ ไม่มีการระบุรุ่นอุปกรณ์ ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่มีเงื่อนไขรับประกันที่ชัดเจน ควรเปรียบเทียบข้อมูลกับผู้ให้บริการรายอื่นก่อนตัดสินใจ เพราะต้นทุนที่ถูกกว่าในวันแรก อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าในระยะยาว หากต้องซ่อมแซมหรือแก้ไขระบบภายหลัง

 Property Channel

การเติบโตของ Solar Rooftop กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการ ผู้รับเหมาติดตั้ง หรือผู้ให้บริการสินเชื่อและบัตรเครดิต แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มรุนแรง “มาตรฐานการติดตั้ง” จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันมากกว่าการตัดราคา เพราะผู้บริโภคเริ่มมอง Solar Rooftop เป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ช่วยลดค่าไฟ อีกทั้งมาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐยังมีแนวโน้มเร่งให้ตลาดบ้านประหยัดพลังงานและบ้านพร้อมโซลาร์เติบโตเร็วขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ktcpropertychannelSolar Rooftop ไทยข่าวอสังหาริมทรัพย์ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมาตรฐาน Solar Rooftopโซลาร์ลดค่าไฟ
Comments (0)
Add Comment