สามย่านมิตรทาวน์ 7 ปี จากมิกซ์ยูส 9,000 ล้าน สู่พื้นที่ชีวิตคนเมือง ปักหมุดอนาคตด้วยโมเดล Sandbox
สามย่านมิตรทาวน์เดินทางครบ 7 ปี หลังเปิดตัวเมื่อปี 2562 ด้วยเงินลงทุนกว่า 9,000 ล้านบาท บนที่ดินจุฬาฯ ย่านพระราม 4 จากโครงการ Mixed-use ที่รวมศูนย์การค้า ออฟฟิศ ที่พักอาศัย และโรงแรม สู่พื้นที่ใช้ชีวิตของคนเมือง ชูจุดขายเปิดบริการ 24 ชั่วโมง พร้อมต่อยอดแนวคิด Sandbox เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจและคอมมูนิตี้ทดลองสร้างประสบการณ์ใหม่
จากพื้นที่ย่านสามย่านที่ได้รับการพัฒนาสู่โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานใจกลางกรุงเทพฯ วันนี้ “สามย่านมิตรทาวน์” เดินทางมาถึงปีที่ 7 นับตั้งแต่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 โดยมีโจทย์สำคัญมากกว่าการเป็นศูนย์การค้า นั่นคือการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงการทำงาน การอยู่อาศัย การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตของคนเมืองเข้าด้วยกัน
ย้อนกลับไปก่อนเปิดตัว สามย่านมิตรทาวน์เป็นหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสที่เข้ามาเติมรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินบนถนนพระราม 4 บริเวณหัวมุมถนนพญาไทตัดพระราม 4 ซึ่งเป็นทำเลที่เชื่อมต่อย่านธุรกิจ สถานศึกษา และระบบขนส่งมวลชน โดยพัฒนาบนที่ดินเช่าระยะยาวจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิดโครงการมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท
โครงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2562 ด้วยพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 222,000 ตารางเมตร บนที่ดินกว่า 14 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ อาคารสำนักงานมิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ คอนโดมิเนียมทริปเปิ้ล วาย เรสซิเดนซ์ และทริปเปิ้ล วาย โฮเทล โดยวางแนวคิด “Urban Life Library – คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้” ให้พื้นที่ค้าปลีกเป็นมากกว่าแหล่งซื้อสินค้า แต่เป็นจุดหมายสำหรับการกิน การเรียน และการทำกิจกรรมของคนเมือง

อีกหนึ่งจุดเด่นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นคือพื้นที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสามย่าน โค-ออป (Samyan CO-OP) พื้นที่อ่านหนังสือและ Co-learning Space ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานเข้ามาใช้พื้นที่ได้ตามจังหวะชีวิตของตนเอง แนวคิดดังกล่าวทำให้สามย่านมิตรทาวน์มีตำแหน่งทางการตลาดแตกต่างจากศูนย์การค้าที่เน้นการจับจ่ายใช้สอยเพียงอย่างเดียว
7 ปี กับการเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่เรียนรู้สู่จุดหมายของคนหลายวัย
ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการใช้พื้นที่เมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง สามย่านมิตรทาวน์จึงต้องขยายบทบาทจากพื้นที่สำหรับนักศึกษาและคนทำงาน ไปสู่การรองรับกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการพบปะสังสรรค์ การสร้างคอนเทนต์ การจัดกิจกรรมของคอมมูนิตี้ ตลอดจนการทดลองแนวคิดธุรกิจใหม่
สำหรับคนที่เคยเข้ามาอ่านหนังสือหรือทำงานกลุ่มในช่วงวัยเรียน วันนี้อาจกลับมาในฐานะพนักงานออฟฟิศ ผู้ประกอบการ หรือพาครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกัน ขณะที่อาคารสำนักงานและส่วนที่พักอาศัยช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการทำงาน การอยู่อาศัย และการใช้บริการในพื้นที่เดียวกัน
พัฒนาการดังกล่าวสะท้อนแนวทางการบริหารพื้นที่รีเทลที่ต้องแข่งขันด้วยประสบการณ์และความเข้าใจผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงจำนวนร้านค้า หรือการจัดกิจกรรมเพื่อดึงคนเข้าศูนย์การค้าเป็นครั้งคราว แต่ต้องสร้างเหตุผลให้ผู้ใช้บริการกลับมาอย่างต่อเนื่อง
ธีรนันท์ กรศรีทิพา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการพัฒนาธุรกิจรีเทล บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT กล่าวว่า ตลอด 7 ปี สามย่านมิตรทาวน์ได้เห็นผู้คนเติบโตและเปลี่ยนบทบาทไปตามช่วงชีวิต โดยเป้าหมายของการพัฒนาพื้นที่ไม่ใช่เพียงการขยายตัวของสถานที่ แต่เป็นการทำให้พื้นที่สามารถปรับตัวรองรับความหลากหลายของคนเมืองได้อย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขปี 2569 สะท้อนแรงดึงดูดพื้นที่ แต่โจทย์ยังอยู่ที่การรักษาความต่อเนื่อง
ข้อมูลผลการดำเนินงานที่บริษัทเปิดเผยในปี 2569 ระบุว่า สามย่านมิตรทาวน์มีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) 98% จำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ย 80,000 คนต่อวัน และอัตราการต่อสัญญาของผู้เช่า (Renewal Rate) 90%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งความสามารถในการดึงดูดผู้ใช้บริการและการรักษาความสัมพันธ์กับผู้เช่า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจศูนย์การค้า เพราะรายได้และความแข็งแกร่งของพื้นที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนเดินเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการรักษาผู้เช่า สร้างยอดขายให้ร้านค้า และทำให้พื้นที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ธุรกิจรีเทลต้องรับมือกับการแข่งขันจากช่องทางออนไลน์ ศูนย์การค้าจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างผ่านประสบการณ์ที่ผู้บริโภคไม่สามารถทดแทนได้ด้วยการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว การจัดกิจกรรม การสร้างคอมมูนิตี้ และการเปิดพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วมจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริหารพื้นที่ในระยะยาว
ก้าวต่อไปของสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อพื้นที่กลายเป็น Sandbox
อีกทิศทางที่สามย่านมิตรทาวน์ต้องการต่อยอด คือแนวคิด “Sandbox” หรือพื้นที่ทดลอง ซึ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ และพันธมิตรทางธุรกิจนำแนวคิดใหม่มาทดลองกับผู้ใช้งานจริง ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และการสร้างคอมมูนิตี้
แนวคิดนี้ทำให้พื้นที่มีบทบาทมากกว่าการรองรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังเปิดทางให้ธุรกิจหรือประสบการณ์รูปแบบใหม่เริ่มต้นได้ โดยผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้จากการตอบรับของผู้ใช้บริการ ก่อนนำแนวคิดไปพัฒนาต่อยอดในอนาคต
ธีรนันท์กล่าวว่า บริษัทต้องการให้สามย่านมิตรทาวน์เป็นมากกว่าสถานที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้ชีวิต แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เกิดไอเดีย กิจกรรม และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ พร้อมปรับตัวไปตามความเปลี่ยนแปลงของชีวิตคนเมือง
การครบรอบ 7 ปีภายใต้แนวคิด “7 Years. Always Open. Always Together.” จึงเป็นทั้งการย้อนมองความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่กับผู้คน และการประกาศทิศทางการพัฒนาต่อจากนี้
จากวันแรกที่วางตำแหน่งตัวเองเป็น Urban Life Library สู่การเป็น Lifestyle Destination และพื้นที่ทดลองสำหรับคอมมูนิตี้ สามย่านมิตรทาวน์กำลังเผชิญโจทย์เดียวกับธุรกิจรีเทลยุคใหม่ นั่นคือการทำให้พื้นที่ยังมีความหมายต่อผู้บริโภค แม้ความต้องการและพฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนไปตามเวลา
เพราะความท้าทายของการพัฒนามิกซ์ยูสไม่ได้จบลงเมื่ออาคารสร้างเสร็จหรือศูนย์การค้าเปิดให้บริการ แต่คือการรักษาความสามารถในการดึงดูดผู้คนและสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว






