BAM เปิดตัว “ทรัพย์มหาชน พลัส” ดันคนไทยมีบ้าน ขยายเพดาน 5 ล้าน อัดทรัพย์กว่า 2.1 หมื่นรายการ

49

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดตัวโครงการใหม่ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ต่อยอดจากโครงการเดิม มุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผ่านการขยายเพดานราคา ทำเล และกลุ่มผู้ซื้อ

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ BAM ระบุว่า ตลอดกว่า 27 ปี บริษัททำหน้าที่บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ โดยมุ่งนำทรัพย์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ประชาชนเริ่มต้นทางการเงินใหม่

ก่อนหน้านี้ โครงการ “ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” ได้ช่วยให้ประชาชนเป็นเจ้าของบ้านแล้วกว่า 1,500 รายการ ในช่วงราคาประมาณ 100,000 – 3 ล้านบาท โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย อาชีพอิสระ หรือผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก

ขยาย 3 มิติ เพิ่มโอกาสเข้าถึงบ้าน

ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM เปิดเผยว่า โครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” พัฒนาภายใต้แนวคิด “3 พลัส” ได้แก่

  • พลัสด้านราคา:       ขยายเพดานราคาทรัพย์จากไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท

  • พลัสด้านทำเล:       เพิ่มทรัพย์ในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

  • พลัสด้านกลุ่มผู้ซื้อ:  ครอบคลุมคนไทยทุกอาชีพ

ส่งผลให้มีทรัพย์เข้าร่วมโครงการมากกว่า 21,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาทเงื่อนไขผ่อนผ่อนต่ำ เริ่มต้น 500 บาท/เดือน

โครงการเปิดให้เข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 ธันวาคม 2569 ครอบคลุมทรัพย์หลายประเภท ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า จุดเด่นสำคัญ ได้แก่

  • เงินจองเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท

  • ดอกเบี้ยปีที่ 1 = 0%

  • ปีที่ 2–3 = 3%

  • ปีที่ 4 เป็นต้นไป อิง MRR ของ BAM

  • ผ่อนนานสูงสุด 20 ปี

  • ค่างวดเริ่มต้นเพียง 500 บาท/เดือน

ผู้ซื้อสามารถเลือกผ่อนกับ BAM โดยตรง หรือขอสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินพันธมิตรได้

มุมมอง: เครื่องมือระบาย NPA + กระตุ้นดีมานด์ฐานล่าง

โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ BAM ในการเร่งระบายสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ควบคู่กับการกระตุ้นดีมานด์ในตลาดที่อยู่อาศัยระดับล่าง-กลาง ซึ่งยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเข้าถึงสินเชื่อ

การขยายเพดานราคาสู่ 5 ล้านบาท ถือเป็นการ “ขยับฐานลูกค้า” ไปสู่กลุ่มกำลังซื้อระดับกลางมากขึ้น ขณะที่เงื่อนไขผ่อนปรนยังคงออกแบบมาเพื่อรองรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังอยู่ที่ความสามารถในการผ่อนระยะยาวของผู้ซื้อ รวมถึงคุณภาพทรัพย์และทำเล ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจในภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

Leave A Reply

Your email address will not be published.