“หัวหิน” ยังขายได้? เจาะเกมบ้านหลังที่สองระดับบน เมื่อ “ติดทะเล” กลายเป็น Rare Supply
ร่วมอิสสระมองตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหินยังมีดีมานด์จากกลุ่มกำลังซื้อระดับบน โดยเฉพาะบ้านพักตากอากาศและบ้านหลังที่สอง ขณะที่ที่ดินติดชายหาดมีจำนวนจำกัด ทำให้โครงการ Beachfront มีความแตกต่างจากตลาดที่อยู่อาศัยทั่วไป ดัน “SASARA Hua Hin” รับตลาด Luxury Beachfront Residence ราคาเริ่ม 5.9 ล้านบาท
ตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหินยังคงมีฐานความต้องการจากกลุ่มผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศและบ้านหลังที่สอง โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อระดับกลางถึงบน ขณะที่ตลาด Beachfront มีข้อจำกัดด้าน Supply จากจำนวนที่ดินติดชายหาดที่มีอยู่จำกัด และไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ง่ายเหมือนที่ดินในทำเลทั่วไป
นายดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด กล่าวว่า หัวหินยังมีปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มบ้านพักตากอากาศ เนื่องจากมีระยะทางจากกรุงเทพฯ ที่สามารถเดินทางได้ บรรยากาศการพักผ่อน สิ่งอำนวยความสะดวก และรูปแบบการใช้ชีวิตที่รองรับทั้งการพักระยะสั้นและการอยู่อาศัยระยะยาว
ตลาดหัวหินจึงมีฐานลูกค้าที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ซื้อเพื่อการลงทุน แต่ยังรวมถึงผู้ซื้อที่ต้องการใช้เป็นบ้านหลังที่สองหรือ Holiday Home รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่มองหาที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม จุดที่แตกต่างจากตลาดทั่วไปคือ Supply ของอสังหาริมทรัพย์ติดทะเล ซึ่งมีข้อจำกัดจากที่ดินริมชายหาดที่มีจำนวนจำกัด และต้นทุนการพัฒนามีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้โครงการลักษณะ Beachfront มี Positioning ที่แตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไป
M82 เพิ่ม Connectivity หัวหิน แต่ยังต้องดูผลต่อดีมานด์จริง
อีกปัจจัยที่ภาคเอกชนมองว่าจะสนับสนุนศักยภาพหัวหินในระยะยาวคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยล่าสุดทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M82 ช่วงเอกชัย–บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร เปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569
ทำให้สามารถใช้ทางยกระดับ M82 ต่อเนื่องตั้งแต่บางขุนเทียน ผ่านเอกชัย ไปจนถึงบ้านแพ้ว รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร โดยเปิดให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงทดลองใช้
ปัจจัยดังกล่าวเพิ่มทางเลือกในการเดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลลงสู่ภาคใต้ รวมถึงพื้นที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในมุมอสังหาริมทรัพย์ การเดินทางที่สะดวกขึ้นมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่
แต่สำหรับตลาดที่อยู่อาศัย สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ Connectivity ที่ดีขึ้นจะเปลี่ยนเป็นดีมานด์การซื้อจริงได้มากเพียงใดโดยเฉพาะตลาดบ้านพักตากอากาศระดับบน ซึ่งการตัดสินใจซื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเดินทางเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาทำเล คุณภาพโครงการ ความเป็นส่วนตัว และความสามารถในการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์
เขาตะเกียบ จุดขายอยู่ที่ “ติดทะเล + ใกล้เมือง”
สำหรับทำเลเขาตะเกียบ ถือเป็นหนึ่งในโซนที่มีเอกลักษณ์ของหัวหิน เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมือง ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ ขณะเดียวกันยังคงบรรยากาศของพื้นที่พักผ่อนและความเป็นส่วนตัว
โดยเฉพาะที่ดินติดชายหาดซึ่งมีจำนวนจำกัด ทำให้อสังหาริมทรัพย์ประเภท Beachfront มีข้อจำกัดด้าน Supply มากกว่าที่อยู่อาศัยในทำเลทั่วไป
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้กับ “SASARA Hua Hin” โครงการ Luxury Beachfront Residence ของบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ตั้งอยู่บนทำเลชายหาดเขาตะเกียบ บนที่ดินกว่า 5 ไร่ พัฒนาเป็นอาคาร Low Rise 4 ชั้น จำนวน 5 อาคาร รวม 110 ยูนิต
โครงการมีพื้นที่หน้าหาดประมาณ 46 เมตร ขณะที่แนวชายหาดบริเวณดังกล่าวทอดยาวประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งบริษัทนำข้อจำกัดด้าน Supply ของทำเลติดทะเลมาเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของโครงการ
110 ยูนิต เน้นตลาดบ้านหลังที่สองระดับบน
SASARA Hua Hin วางรูปแบบเป็นโครงการ Low Rise จำนวน 110 ยูนิต โดยมีห้องพัก 3 รูปแบบ ได้แก่ 1 Bedroom ขนาด 37–42 ตารางเมตร, 2 Bedroom ขนาด 74–92 ตารางเมตร และ 3 Bedroom ขนาด 155–160 ตารางเมตร
ส่วนกลางประกอบด้วย 5 สระว่ายน้ำ Beach Club, Pool Club, Fitness และ Sport Pavilion รวมถึงกิจกรรมริมชายหาด เช่น Surf, Kayak และ Paddle Board
จุดหนึ่งที่แตกต่างจากโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคือ โครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ทำให้ผู้ซื้อสามารถใช้ประโยชน์จากห้องพักได้ทันที ทั้งในรูปแบบบ้านหลังที่สองหรือที่พักสำหรับการพักผ่อน
ปัจจุบันโครงการมีห้องพักตั้งแต่ 1–3 ห้องนอน ตกแต่งครบ พร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้น 5.9 ล้านบาท
“Beachfront” หายากจริง แต่ไม่ได้แปลว่าลงทุนแล้วกำไรแน่นอน
หากมองตลาดหัวหินในมุมการลงทุน จุดแข็งของอสังหาริมทรัพย์ติดทะเลคือ ข้อจำกัดของ Supply เพราะที่ดินประเภทนี้ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ตามความต้องการเหมือนที่ดินในทำเลทั่วไป
แต่การมี Supply จำกัดไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์ทุกโครงการจะให้ผลตอบแทนสูงโดยอัตโนมัติ
โจทย์ของผู้ซื้อจึงอยู่ที่ ราคาเข้าซื้อ ความสามารถในการปล่อยเช่า ค่าใช้จ่ายในการถือครอง สภาพคล่อง และคุณภาพของทำเล รวมถึงต้องแยกระหว่าง “การลงทุนเพื่อผลตอบแทน” กับ “การซื้อเพื่อใช้ประโยชน์และถือครองระยะยาว”
สำหรับตลาดบ้านพักตากอากาศระดับบน หากผู้ซื้อสามารถใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ได้จริง ทั้งพักผ่อนและอยู่อาศัย ขณะที่สินทรัพย์อยู่ในทำเลที่มี Supply จำกัด คุณค่าของสินทรัพย์อาจไม่ได้วัดจากผลตอบแทนค่าเช่าเพียงอย่างเดียว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “Rare Beachfront” ยังคงเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม และแตกต่างจากการแข่งขันของคอนโดมิเนียมในตลาดแมสอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ กลุ่มชาญอิสสระมีประสบการณ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ชะอำ–หัวหินมานานกว่า 40 ปี และนำประสบการณ์ดังกล่าวมาต่อยอดสู่ SASARA Hua Hin โดยเน้นตลาด Luxury Beachfront Residence และจำนวนยูนิตที่จำกัด
ในมุมตลาด สิ่งที่ต้องจับตาคือ กำลังซื้อระดับบนของหัวหินจะเติบโตต่อเนื่องเพียงใด และผู้ซื้อจะให้น้ำหนักกับ “การใช้งานจริง” มากกว่าการเก็งกำไรมากแค่ไหน เพราะท้ายที่สุดแล้ว อสังหาริมทรัพย์ติดทะเลอาจมี Supply จำกัด แต่ความสามารถในการขายต่อและสร้างผลตอบแทนยังขึ้นอยู่กับราคาที่ซื้อและดีมานด์ของตลาดในเวลานั้นด้วย





