TOA ดันนวัตกรรมสีรักษ์โลก รุกตลาดอาคารสีเขียว ผสาน ESG สู่มาตรฐานก่อสร้างยั่งยืน

TOA ดันนวัตกรรมสีรักษ์โลก รุกตลาดอาคารสีเขียว ผสาน ESG สู่มาตรฐานก่อสร้างยั่งยืน

ทีโอเอขยับบทบาทจากผู้ผลิตสีสู่พันธมิตรด้านวัสดุก่อสร้างสีเขียว นำผลิตภัณฑ์ Low VOCs และนวัตกรรมลดขั้นตอนก่อสร้าง สนับสนุนมาตรฐาน SC Green Mark พร้อมชูผลงานรับรองด้านสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมฉลาก EPD 33 รายการ และฉลากลดโลกร้อน 131 รายการ

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เดินหน้าขยายบทบาทนวัตกรรมสีและวัสดุก่อสร้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รองรับทิศทางการพัฒนาอาคารสีเขียวที่ให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพการใช้งาน สุขภาวะของผู้ใช้อาคาร และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตอาคาร

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนการขยับบทบาทของ TOA จากผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์สีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Product ไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านนวัตกรรมวัสดุ หรือ Green Partner โดยร่วมสนับสนุนมาตรฐานอาคารสีเขียว SC Green Mark ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย SC Asset ร่วมกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI)

นวัตกรรมสี ตอบโจทย์อาคารประหยัดพลังงานและสุขภาวะ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ TOA นำมาสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอาคารสีเขียว ประกอบด้วย SuperShield Flex Expert สีทาภายนอกระดับ Ultra Premium ที่มีความยืดหยุ่นสูง และ 4Seasons 2in1 สีทับหน้ารวมรองพื้นที่ช่วยสะท้อนความร้อนและลดขั้นตอนการทำงานในกระบวนการทาสี

นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรม Superior Health Care ที่ช่วยป้องกันแบคทีเรีย เชื้อรา และตะไคร่น้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์แม่สี Ultra Low VOCs ซึ่งมีปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายในระดับต่ำมาก ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารตะกั่วและปรอท

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีเป้าหมายครอบคลุมตั้งแต่ประสิทธิภาพของวัสดุ ความปลอดภัยในการใช้งาน ไปจนถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการยกระดับมาตรฐานอาคารสีเขียว

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ด้านการประหยัดพลังงานและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของอาคารยังขึ้นอยู่กับการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และการบริหารจัดการอาคารโดยรวม ไม่ใช่คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

ชูผลงานรับรองสิ่งแวดล้อม สร้างความน่าเชื่อถือผลิตภัณฑ์

TOA ระบุว่า บริษัทได้รับการรับรองฉลากเขียว (Green Label Thailand) ต่อเนื่องมากกว่า 25 ปี พร้อมมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Product Declaration (EPD) รวม 33 รายการ

ขณะเดียวกัน ยังมีการรับรองด้านคาร์บอนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้แก่ ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จำนวน 313 รายการ และฉลากลดโลกร้อน (CFR) จำนวน 131 รายการ รวมถึงฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO)

การรับรองดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์และองค์กร โดยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบได้มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกวัสดุของผู้พัฒนาโครงการ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ESG มากขึ้น

Green Partner โอกาสใหม่ของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง

ความร่วมมือกับ SC Asset ภายใต้มาตรฐาน SC Green Mark เป็นอีกช่องทางที่ TOA สามารถนำเสนอนวัตกรรมสีและวัสดุก่อสร้างเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอาคาร โดยมาตรฐานดังกล่าวเริ่มต้นจากโครงการบ้านเดี่ยวใหม่ และมีแผนขยายไปยังคอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงานของ SC ภายในปี 2027

สำหรับธุรกิจวัสดุก่อสร้าง การเปลี่ยนผ่านสู่ Green Partner หมายถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การเลือกผลิตภัณฑ์และวางแนวทางใช้วัสดุ มากกว่าการจำหน่ายสินค้าเป็นรายโครงการเพียงอย่างเดียว

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ต้นทุนก่อสร้าง ประสิทธิภาพการใช้งาน และความต้องการของผู้พัฒนาโครงการ เพราะการเติบโตของตลาดอาคารสีเขียวในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับแนวคิด ESG เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง มีข้อมูลรองรับ และสามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้ด้วย

TOA จึงมุ่งขยายความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อผลักดันนวัตกรรมสีและวัสดุก่อสร้างที่สนับสนุนการพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืน ท่ามกลางทิศทางตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตผู้ใช้อาคารและการจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ESGGreen BuildingLow VOCspropertychannelSC Green MarkTOAข่าวอสังหาริมทรัพย์วัสดุก่อสร้างยั่งยืนสีรักษ์โลกอาคารสีเขียวเกาะติดชีวิตคนเมือง
Comments (0)
Add Comment