เซ็นทรัลพัฒนาเดิมพัน “เมืองรังสิต 750 ไร่” เกมพลิกกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ดันโมเดลมิกซ์ยูส-ที่อยู่อาศัยเต็มรูปแบบ

เซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าลงทุนระยะ 5 ปี (2569–2573) กว่า 110,000 ล้านบาท ภายใต้วิสัยทัศน์ “A Future-Led Ecosystem” โดยแกนสำคัญไม่ใช่แค่ศูนย์การค้า แต่คือการขยายสู่ “เมืองมิกซ์ยูสขนาดใหญ่” ที่มีที่อยู่อาศัยเป็นองค์ประกอบหลัก

จุดโฟกัสสำคัญอยู่ที่ เมกะโปรเจกต์รังสิต 750 ไร่ ซึ่งถือเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท และอาจเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองเอกชนที่ใหญ่สุดในกรุงเทพฯ ตอนเหนือในรอบหลายปี


เมืองรังสิต 750 ไร่: ไม่ใช่แค่ห้าง แต่คือ “การสร้างเมืองใหม่” โครงการรังสิตถูกวางให้เป็น “Future City” บนแนวถนนพหลโยธิน เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลักทั้งโทลล์เวย์ มอเตอร์เวย์ และรถไฟฟ้าสายสีแดง โครงสร้างโครงการมีลักษณะ มิกซ์ยูสเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย

  • ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ (Super Regional Mall)
  • ที่อยู่อาศัยหลายรูปแบบ
  • พื้นที่สำนักงาน
  • พื้นที่สาธารณะและสีเขียวขนาดใหญ่

แนวคิดหลักคือ “เมืองเดินได้” (Walkable City) และการออกแบบรองรับคนทุกวัย ซึ่งสะท้อนเทรนด์การพัฒนาเมืองสมัยใหม่ที่พยายามลดการพึ่งพารถยนต์

อย่างไรก็ตาม โมเดลลักษณะนี้ในไทยยังมีคำถามสำคัญว่า

“จะสร้างดีมานด์จริงได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงการกระจายความเสี่ยงของรีเทล”


เกมใหญ่ของเซ็นทรัล: ดัน “ที่อยู่อาศัย” เป็นตัวขับเคลื่อนใหม่ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนาขยายธุรกิจที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมากกว่า 50 โครงการใน 21 จังหวัด

แบรนด์หลัก ได้แก่

  • ESCENT (คอนโดติดศูนย์การค้า)
  • PHYLL (เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่/ทำเลเมืองรอง)
  • บ้านระดับพรีเมียม

การพัฒนา “เมืองรังสิต” จะเป็นจุดทดสอบสำคัญของโมเดลนี้ เพราะเป็นครั้งแรกที่
ที่อยู่อาศัยจะไม่ได้เป็นแค่ส่วนเสริม แต่เป็น “หัวใจของการสร้างดีมานด์ทั้งโครงการ”

ความเสี่ยง: ซัพพลายล้น vs กำลังซื้อจริง

แม้โครงการจะมีจุดแข็งด้านทำเล (ใกล้มหาวิทยาลัยและโครงสร้างพื้นฐาน) แต่พื้นที่รังสิต-ปทุมธานีเป็นหนึ่งในโซนที่มีการแข่งขันสูงในตลาดแนวราบและคอนโด

ข้อมูลจากหลายสำนักวิจัยอสังหาฯ ก่อนหน้า ชี้ว่า

  • โซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือมีซัพพลายสะสมจำนวนมาก
  • กำลังซื้อยังพึ่งพากลุ่มมนุษย์เงินเดือนและนักศึกษา
  • ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น แต่รายได้ประชาชนโตไม่ทัน

ดังนั้น ความสำเร็จของโปรเจกต์นี้จะขึ้นอยู่กับว่า
เซ็นทรัลสามารถ “สร้างเมืองให้เกิดการอยู่อาศัยจริง” ไม่ใช่แค่ทราฟฟิกห้าง ได้หรือไม่

GR9  พระราม 9 และ “ลาดพร้าว-พหลโยธิน” : ต่อจิ๊กซอว์ CBD ใหม่

นอกจากรังสิต บริษัทยังเดินหน้าปั้น “CBD ใหม่” ในหลายโซน ได้แก่

  • Central GR9 ย่านพระราม 9: รวมออฟฟิศ-รีเทล-ที่อยู่อาศัย บนที่ดิน 73 ไร่
  • “The Central District” ลาดพร้าว–พหลโยธิน: เชื่อมศูนย์การค้าเดิมกับโครงการใหม่

ทั้งสองโครงการสะท้อนแนวโน้มเดียวกันคือ การใช้มิกซ์ยูสดันราคาที่ดินและดีมานด์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่

โมเดล “Retail-led” ยังเวิร์กอยู่หรือไม่?

โมเดลของเซ็นทรัลพัฒนาคือใช้ “ศูนย์การค้า” เป็นตัวดึงทราฟฟิก แล้วต่อยอดไปสู่

  • ที่อยู่อาศัย
  • โรงแรม
  • ออฟฟิศ

แม้ในอดีตโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ (เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ หรือบางนา)
แต่บริบทปัจจุบันเปลี่ยนไป

  • E-commerce ลดบทบาทห้าง
  • พฤติกรรมผู้บริโภคกระจาย
  • การแข่งขันจาก mixed-use รายอื่นเพิ่มขึ้น

ทำให้โจทย์ใหม่ไม่ใช่แค่ “สร้างห้างให้คนมา”
แต่คือ “ทำอย่างไรให้คนย้ายมาอยู่จริง”

ภาพใหญ่  จาก Developer → Masterplanner

สิ่งที่เซ็นทรัลพยายาม reposition คือการเป็น “Masterplanner” หรือผู้พัฒนาเมือง

ตัวเลขที่บริษัทเปิดเผย

  • ผู้ใช้บริการรวมกว่า 500 ล้านครั้ง/ปี
  • สมาชิก The 1 มากกว่า 23 ล้านราย

สะท้อนว่าบริษัทมี “ฐานข้อมูลผู้บริโภค” ขนาดใหญ่ ซึ่งจะถูกใช้วิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อขายอสังหาฯ มากขึ้น


บทสรุป: โปรเจกต์รังสิตคือ “เดิมพันระยะยาว”

เมกะโปรเจกต์รังสิตไม่ใช่แค่โครงการใหม่ แต่เป็นตัวชี้วัดว่า
โมเดล “เมืองมิกซ์ยูส + ที่อยู่อาศัย” ของเซ็นทรัลพัฒนาจะไปได้ไกลแค่ไหน

หากสำเร็จ จะเปลี่ยนโครงสร้างเมืองกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
แต่หากไม่ สามารถกลายเป็น “ภาระซัพพลายขนาดใหญ่” ในตลาดที่แข่งขันสูงอยู่แล้ว

CentralPattanaMegaProjectMixedUsepropertychannelกรุงเทพตอนเหนือข่าวอสังหาริมทรัพย์ลงทุนอสังหาอสังหา2569เซ็นทรัลเซ็นทรัลพัฒนาเมืองรังสิต
Comments (0)
Add Comment