โซนใหม่ใน Hatch Dome ถูกวางเป็น edutainment เต็มตัว ครึ่งหนึ่งคือความบันเทิง อีกครึ่งคือการสื่อสารเรื่อง “โลกยั่งยืน” ผ่านประสบการณ์แบบมีส่วนร่วม (interactive) สิ่งที่แตกต่างจาก attraction ทั่วไปคือ เขาไม่ได้เล่าแบบเส้นตรง แต่พยายามให้คนดู “เข้าไปอยู่ในเรื่อง” ผ่านเทคโนโลยีหลายชั้น
ไฮไลต์ที่น่าสนใจ ควรรู้ก่อนเข้า
1. 9D Cinema จุดขายหลัก โรงหนัง 9 มิติที่นี่ไม่ใช่แค่ 3D + เก้าอี้ขยับ แต่ใส่เอฟเฟกต์ครบทั้งลม น้ำ แรงสั่น และแสง
- ความรู้สึก: คล้ายเครื่องเล่นเบา ๆ ในธีมพาร์ก
- จุดเด่น: ทำให้เนื้อหา “โลกร้อน / ภัยพิบัติ / อนาคต” ดูมีแรงกระแทกทางอารมณ์มากขึ้น
- ข้อสังเกต: ถ้าเคยเล่นเครื่องเล่นแนวนี้มาเยอะ อาจไม่ได้ว้าวใหม่มาก แต่ถือว่ามาตรฐานดี
2. Liminal Space พื้นที่ภาพเสมือนขนาดใหญ่
เขาเคลมว่าเป็นแบบถาวรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแก่นจริง ๆ คือ “พื้นที่ที่โลกจริง + ดิจิทัลซ้อนกัน”
- ใช้จอขนาดใหญ่ + ภาพ 3D แบบลึก
- เดินเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในฉาก (โดยเฉพาะฉากธรรมชาติ/ยุคโบราณ)
👉 จุดนี้คือหัวใจของงาน เพราะมันทำให้ “การเรียนรู้” ไม่ใช่แค่ดู แต่เป็นการ “อยู่ในสถานการณ์”
3. AR Interactive แว่น Wearable
มีการใช้แว่น AR ให้เห็นวัตถุหรือเหตุการณ์ซ้อนกับโลกจริง
- เพิ่ม layer ของการเล่าเรื่อง
- ทำให้บางฉาก “มีอะไรให้เล่น” มากกว่าดูเฉย ๆ.
4. โซน Impact Horizon’s Journey โซนที่เล่า narrative หลัก—พาผ่านอดีต → ปัจจุบัน → อนาคต
- มีธีมไดโนเสาร์ / extinction / climate crisis
- ใช้ storytelling แบบ “ตั้งคำถาม” มากกว่าบอกคำตอบ
สิ่งที่ทำได้ดี
- โปรดักชันระดับสูงกว่าที่เห็นทั่วไปใน attraction กรุงเทพ
- เอา “ความยั่งยืน” มาทำให้จับต้องได้ ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ
- เหมาะกับคนที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ / สายคอนเทนต์ / สายถ่ายรูป.
เหมาะกับใคร
- คนที่อยากหา activity ใหม่ในกรุงเทพ
- ครอบครัว / คู่รัก / กลุ่มเพื่อน
- คนทำคอนเทนต์ (visual ดี ถ่ายสนุก)
- คนที่สนใจ sustainability แบบ “เข้าใจง่าย ไม่วิชาการ”
ข้อมูลสำหรับไปจริง
- สถานที่: Hatch Dome, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
- เวลา: 11:00 – 21:00 น.
- ราคา: 199 บาท