คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท โดยมอบหมายให้ ธนาคารออมสิน เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนโครงการ “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ความผันผวนเศรษฐกิจ และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เห็นชอบการออกมาตรการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งในต่างประเทศ โดยมอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนมาตรการทางการเงินเพื่อเติมสภาพคล่องผ่าน โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงิน 100,000 ล้านบาท มุ่งช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ปรับตัวรับมือวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการดำเนินธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานทางเลือก โดยความร่วมมือของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 16 แห่ง ในการส่งผ่านเงินทุนดอกเบี้ยต่ำไปยังกลุ่มเป้าหมายให้เร็วที่สุด
โครงการนี้เปิดทางให้ รายย่อย SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านสถาบันการเงินที่เข้าร่วม 16 แห่ง โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย ไม่เกิน 3.50% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก
โครงสร้างสินเชื่อหลัก 3 ส่วน
1. เสริมสภาพคล่อง (30,000 ล้านบาท)
ช่วยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ท่องเที่ยว สงคราม การค้า และซัพพลายเชน
ครอบคลุมทั้งการกู้เพิ่ม รีไฟแนนซ์ และลดภาระดอกเบี้ยเดิม
2. ขยายและปรับธุรกิจ (รวม 65,000 ล้านบาท)
- สร้างเศรษฐกิจใหม่ (Reinvent Thailand) 30,000 ล้านบาท
- ปรับศักยภาพธุรกิจ (Transformation) 25,000 ล้านบาท
- ฟื้นกลุ่มท่องเที่ยว/ธุรกิจได้รับผลกระทบ 10,000 ล้านบาท
3. สินเชื่อเพื่อพลังงาน (5,000 ล้านบาท)
สำหรับประชาชนทั่วไป ใช้ปรับตัวสู่พลังงานสะอาด เช่น
- ติด Solar Cell
- ซื้อรถ EV
- ปรับปรุงบ้าน/อาคารให้ประหยัดพลังงาน
ช่องทางการกู้
สามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านธนาคารและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ รวม 16 แห่ง ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
มุมวิเคราะห์
มาตรการนี้ “ตั้งใจอัดสภาพคล่อง” เข้าระบบในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงสูง แต่โจทย์สำคัญอยู่ที่ ถ้าส่งผ่านได้จริงจะเป็นแรงพยุงเศรษฐกิจระยะสั้นที่ดี