Country Club กลับมาแรง รับเทรนด์ Third Place ของครอบครัวยุคใหม่
แนวคิด Country Club กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “Third Place” หรือพื้นที่ใช้ชีวิตนอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อน แต่กลายเป็นศูนย์กลางของสุขภาพ ความสัมพันธ์ และการใช้เวลาร่วมกันของคนในครอบครัว
กระแสดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์ทั่วโลก จากการแข่งขันด้านความหรูหรา (Luxury) ไปสู่การสร้าง Wellness Ecosystem ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตระยะยาว ซึ่งเริ่มกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าโครงการและความภักดีของลูกค้า
Country Club ไม่ได้ขายสนามกีฬาอีกต่อไป แต่ขาย “คุณภาพชีวิต”
ในอดีต Country Club มักถูกมองว่าเป็นพื้นที่สำหรับการเล่นกีฬา กิจกรรมสังสรรค์ หรือเป็นสัญลักษณ์ของสังคมระดับบน แต่ปัจจุบันบทบาทดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยสำคัญมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ สุขภาพกายและใจ Work-Life Balance เวลาคุณภาพกับครอบครัว และการสร้าง Community ที่มีคุณภาพ ทำให้ Country Club ถูกตีความใหม่ในฐานะ “Third Place” หรือพื้นที่ที่เชื่อมต่อชีวิตระหว่าง “บ้าน” และ “ที่ทำงาน” ซึ่งช่วยเติมเต็มมิติของการใช้ชีวิตมากกว่าการเป็นสถานที่พักผ่อนเพียงอย่างเดียว
ทำไม “Third Place” จึงกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลก
แนวคิด Third Place ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ หลังจากวิถีชีวิตเปลี่ยนไปจาก การทำงานแบบ Hybrid สังคมเมืองที่เร่งรีบ การเพิ่มขึ้นของปัญหาสุขภาพจิต ครอบครัวที่มีเวลาร่วมกันน้อยลง
ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาพื้นที่กลางที่สามารถใช้ชีวิตได้ตลอดวัน ทั้งออกกำลังกาย รับประทานอาหาร พบปะผู้คน และใช้เวลาร่วมกับสมาชิกทุกช่วงวัย
Country Club จึงเริ่มขยายบทบาทจาก “สถานที่สำหรับสมาชิก” ไปสู่ “Community Lifestyle Hub” ที่รองรับกิจกรรมประจำวันมากขึ้น
Country Club ระดับโลก ปรับตัวอย่างไร
แม้แต่ละแห่งจะมีอัตลักษณ์แตกต่างกัน แต่ Country Club ชั้นนำของโลกต่างมีทิศทางเดียวกัน คือการพัฒนาพื้นที่ให้รองรับการใช้ชีวิตมากกว่าการพักผ่อน
The Hurlingham Club (ลอนดอน) ก่อตั้งในปี 1869 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 42 เอเคอร์ ริมแม่น้ำเทมส์ แม้จะมีชื่อเสียงด้านกีฬา Racquet และ Croquet แต่ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกใช้สำหรับ กิจกรรมครอบครัว ร้านอาหาร งานเฉลิมฉลอง และการพักผ่อนกลางแจ้ง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของสมาชิก
ส่วน The Aberdeen Marina Club (ฮ่องกง) Country Club แห่งนี้ผสาน บริการระดับโรงแรม ร้านอาหาร กีฬา Wellness กิจกรรมเด็ก เข้าไว้ในพื้นที่เดียว แนวคิดสำคัญคือทำให้สมาชิกทุกวัยสามารถใช้เวลาร่วมกันได้ทั้งวัน มากกว่าการแยกกิจกรรมของแต่ละคน
The Tanglin Club (สิงคโปร์) ก่อตั้งในปี 1865 มีสมาชิกมากกว่า 70 สัญชาติ สโมสรแห่งนี้พัฒนากิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ ขณะเดียวกันยังรักษาประเพณีและวัฒนธรรมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผ่าน ร้านอาหาร กีฬา กิจกรรมวัฒนธรรม ที่พัก และกิจกรรมสำหรับทุกช่วงวัย
เปลี่ยนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับบน
การกลับมาของ Country Club ไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวของโมเดลธุรกิจเดิม แต่สะท้อนการแข่งขันรูปแบบใหม่ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี
ในอดีต จุดขายหลักคือ ทำเล ขนาดบ้าน วัสดุ สิ่งอำนวยความสะดวก แต่ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์การใช้ชีวิต” (Lifestyle Experience) มากขึ้น
ส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการจำนวนมากต้องลงทุนในพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถสร้าง Community และทำให้สมาชิกกลับมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นเพียงพื้นที่ส่วนกลางที่ถูกใช้เป็นครั้งคราว
ผลกระทบต่อธุรกิจ
1. การแข่งขันจะย้ายจาก “Facility” ไปสู่ “Experience”
สนามกีฬา ฟิตเนส หรือสระว่ายน้ำเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างกิจกรรมและบริการที่ทำให้สมาชิกใช้พื้นที่ซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวและเพิ่มความผูกพันกับแบรนด์
2. Wellness Economy มีบทบาทมากขึ้น
Country Club รุ่นใหม่กำลังเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม สุขภาพ กีฬา อาหาร Mental Wellness และ Community Living ทำให้ Country Club กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจด้าน Wellness ซึ่งกำลังเติบโตในหลายประเทศ
3. ผู้บริโภคมองหาคุณค่ามากกว่าความหรูหรา
สำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ ความหรูหราไม่ได้หมายถึงสิ่งปลูกสร้างหรือวัสดุราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง เวลาคุณภาพความเป็นส่วนตัว พื้นที่สีเขียว สุขภาพ และความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
แนวคิดดังกล่าวทำให้ Country Club ถูกวางตำแหน่งใหม่เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว มากกว่าการเป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม
Eden Country Club กับการนำโมเดลระดับโลกมาปรับใช้ในไทย
ภายใต้แนวคิดดังกล่าว Eden Estate เปิดตัว Eden Country Club โดยอ้างอิงแนวคิดจาก Country Club ชั้นนำในหลายประเทศ และปรับให้เหมาะกับวิถีชีวิตของครอบครัวไทย
โครงการถูกออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตตลอดวัน ทั้ง
- การออกกำลังกาย
- การพักผ่อน
- รับประทานอาหาร
- การพบปะสังสรรค์
- การใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกทุกช่วงวัย
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มให้ความสำคัญกับ Wellness Lifestyle และการสร้างพื้นที่สำหรับ Community มากขึ้น
ธัญทิพ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในโลกที่ผู้คนเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง Country Club ระดับโลกได้พิสูจน์บทบาทสำคัญของตัวเองต่อเมืองที่พวกเขาอยู่มาโดยตลอด ไม่ใช่แค่สถานที่ที่แวะไปเยือน แต่คือพื้นที่ที่ชีวิตได้เกิดขึ้นจริง Eden Country Club จึงถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจเดียวกัน เพื่อวางมาตรฐานใหม่ให้กับประเทศไทย โดยออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ครอบครัวสามารถออกกำลังกาย รับประทานอาหาร ฉลองโอกาสสำคัญ และใช้เวลาร่วมกันได้ในสภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต
การกลับมาของ Country Club สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่าการฟื้นตัวของธุรกิจสโมสรแบบดั้งเดิม โดยแนวคิด Third Place กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมและธุรกิจไลฟ์สไตล์ในอนาคต
หากผู้ประกอบการสามารถสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงสุขภาพ ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตของผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง Country Club อาจไม่ได้เป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ แต่จะกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่



