Longevity จุดขายใหม่อสังหาฯ ลักชัวรี Upper House Residences เชื่อมความหรูหรา สุขภาพ และการอยู่อาศัย

55

DIOR จับมือ VitalLife และ Upper House Residences Bangkok นำแนวคิด Longevity เชื่อมความงาม สุขภาพเชิงป้องกัน และสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัย สะท้อนทิศทางตลาดลักชัวรีที่พยายามขยายคุณค่าจากตัวอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่ประสบการณ์และคุณภาพชีวิตระยะยาว

ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีกำลังมีโจทย์มากกว่าการนำเสนอทำเลใจกลางเมือง วิวสวน พื้นที่ส่วนกลาง หรือบริการระดับโรงแรม เมื่อผู้พัฒนาโครงการต้องสร้างความแตกต่างในตลาดที่แข่งขันด้วยทำเลและมาตรฐานการอยู่อาศัย แนวคิดเรื่องสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว จึงกลายเป็นอีกองค์ประกอบที่น่าจับตา

ความร่วมมือระหว่าง DIOR แบรนด์ความงามระดับลักชัวรี, VitalLife Scientific Wellness Center ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ Upper House Residences Bangkok โครงการที่อยู่อาศัยบนถนนวิทยุ ภายใต้แนวคิด “THE SCIENCE OF LONGEVITY & THE ART OF LIVING” เป็นตัวอย่างของการนำแนวคิด Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ มาเชื่อมโยงกับการดูแลผิว สุขภาพจากภายใน และสภาพแวดล้อมที่ใช้ชีวิตประจำวัน

ประเด็นสำคัญในมุมอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ได้อยู่เพียงการจับมือของ 3 แบรนด์ แต่คือการนำเสนอแนวคิดว่า บ้านระดับลักชัวรีอาจไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่องทำเลและความหรูหราอีกต่อไป แต่ต้องสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของลูกค้าได้มากขึ้น

72990

Upper House Residences ขยายความหมายของบ้านหรู สู่การใช้ชีวิตระยะยาว

Upper House Residences Bangkok เป็นโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ Upper House แห่งแรกของโลก ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ โดยเปิดรับทัศนียภาพของสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ พร้อมนำแนวคิด “Houses not Hotels” มาใช้กับการออกแบบและบริการ เพื่อให้ที่อยู่อาศัยมีลักษณะเป็นบ้านที่ใช้ชีวิตได้จริง มากกว่าการนำประสบการณ์โรงแรมมาเป็นจุดขายเพียงอย่างเดียว

โครงการให้ความสำคัญกับงานสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน และภูมิสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงกัน รวมถึงการเปิดรับแสงธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะ อาทิ ฟิตเนสและสตูดิโอออกกำลังกาย ห้องทรีตเมนต์ โปรแกรมบำบัดและฟื้นฟูด้วยอุณหภูมิน้ำ สระว่ายน้ำลอยฟ้า และพื้นที่เพื่อการพักผ่อน

องค์ประกอบเหล่านี้สะท้อนความพยายามนำแนวคิดด้านสุขภาพมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย ไม่ใช่แยกออกจากชีวิตประจำวัน โดยมีสภาพแวดล้อม การเคลื่อนไหว การพักผ่อน และบริการเป็นส่วนประกอบของแนวคิด Longevity

อย่างไรก็ตาม ในเชิงตลาดต้องแยกระหว่างการออกแบบที่เอื้อต่อสุขภาวะกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่พิสูจน์ได้ การมีพื้นที่สีเขียว ฟิตเนส หรือบริการดูแลสุขภาพอาจช่วยสนับสนุนวิถีชีวิตที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับประกันการมีอายุยืนยาวหรือสุขภาพที่ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

DIOR–VitalLife เติมมิติ Skin และ Health ให้กับ Longevity

ในส่วนของ DIOR ความร่วมมือครั้งนี้นำเสนอแนวคิด Skin Longevity ผ่านการศึกษากุหลาบ Rose de Granville ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยด้านการดูแลผิวของแบรนด์ โดย DIOR ระบุว่าได้นำองค์ประกอบจากกุหลาบสายพันธุ์ดังกล่าวมาต่อยอดผ่านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการดูแลสัญญาณแห่งวัยที่มองเห็นได้ของผิว

ส่วน VitalLife นำเสนอแนวทาง Personalized Longevity ซึ่งให้ความสำคัญกับการประเมินสุขภาพเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเผาผลาญ องค์ประกอบของร่างกาย โภชนาการ การนอนหลับ ฮอร์โมน ความเครียด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพและติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

พญ. วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ Chief Executive Officer บริษัท ไลฟ์สไตล์เทค โซลูชัน จำกัด และ Business Development Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิด Longevity ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลสุขภาพเมื่อเกิดปัญหา แต่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เลือกดูแลในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ผิว สุขภาพภายในร่างกาย ไปจนถึงสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต

ขณะที่ พญ. สุวรรณา สุวรรณพงษ์ Program Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ระบุว่า คนที่มีอายุเท่ากันอาจมีภาวะสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงแตกต่างกัน การดูแลสุขภาพระยะยาวจึงควรอาศัยข้อมูลทางการแพทย์และปัจจัยด้านการใช้ชีวิต เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

เมื่อเชื่อมโยงทั้ง 3 ส่วนเข้าด้วยกัน DIOR ดูแลมิติความงามและผิว VitalLife เน้นการทำความเข้าใจสุขภาพจากภายใน ส่วน Upper House Residences นำเสนอสภาพแวดล้อมและบริการที่สนับสนุนการใช้ชีวิต แนวคิดดังกล่าวจึงทำให้ Longevity ถูกนำเสนอในฐานะองค์ประกอบที่เชื่อมโยงตั้งแต่การดูแลตัวเองไปจนถึงพื้นที่อยู่อาศัย

ตลาดลักชัวรีต้องจับตา เมื่อคุณภาพชีวิตกลายเป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าโครงการ

ในเชิงกลยุทธ์ การนำแนวคิด Longevity มาเชื่อมกับที่อยู่อาศัยสะท้อนความพยายามสร้างความแตกต่างให้กับตลาดลักชัวรี โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการสื่อสารกับลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว การบริการ และคุณภาพชีวิต มากกว่าการพิจารณาตัวอาคารหรือขนาดห้องเพียงอย่างเดียว

สำหรับ Upper House Residences ทำเลถนนวิทยุและการเชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียวอย่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติเป็นองค์ประกอบสำคัญของการนำเสนอ ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการด้านสุขภาวะช่วยขยายเรื่องราวของโครงการจากการเป็นที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ไปสู่แนวคิดการใช้ชีวิตที่ผสานการพักผ่อน สุขภาพ และบริการเข้าด้วยกัน

แต่การมีแบรนด์ระดับโลกเข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าโครงการจะขายได้ตามเป้าหมาย หรือสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูงกว่าตลาดโดยอัตโนมัติ การประเมินความสามารถในการแข่งขันยังต้องพิจารณาราคาเมื่อเทียบกับโครงการอื่น คุณภาพการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ค่าส่วนกลาง ความต่อเนื่องของบริการ และความต้องการซื้อจริงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ในตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน การสร้างความแตกต่างด้วยบริการและประสบการณ์อาจช่วยเพิ่มเหตุผลในการเลือกซื้อ แต่คำถามสำคัญคือ ลูกค้ายินดีจ่ายเพิ่มให้กับคุณค่าเหล่านี้มากเพียงใด และบริการที่นำเสนอจะรักษามาตรฐานได้ต่อเนื่องตลอดอายุการอยู่อาศัยหรือไม่

ความร่วมมือระหว่าง DIOR, VitalLife และ Upper House Residences จึงเป็นกรณีที่สะท้อนการเชื่อมโยงธุรกิจความงาม สุขภาพ และอสังหาริมทรัพย์เข้าด้วยกัน ผ่านแนวคิด Longevity ซึ่งมีโอกาสขยายบทบาทในตลาดลักชัวรีได้มากขึ้น หากสามารถเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นประสบการณ์ที่ลูกค้ารับรู้คุณค่าได้จริง

ท้ายที่สุด ความท้าทายของอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีไม่ได้อยู่ที่การมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้ทำเล การออกแบบ บริการ และคุณภาพการอยู่อาศัยทำงานร่วมกันได้อย่างมีความหมาย เพราะสำหรับผู้ซื้อ บ้านไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง แต่เป็นพื้นที่ที่ต้องตอบโจทย์ชีวิตในทุกวันด้วย


 

Leave A Reply

Your email address will not be published.