LPN เดินหน้าปรับกลยุทธ์การขายรับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ล่าสุดเปิดตัวแคมเปญ “พักหนี้ที่ LPN” ภายใต้แนวคิด “อยู่ก่อน ผ่อนทีหลัง” เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินในช่วงเริ่มต้นของการมีที่อยู่อาศัย พร้อมกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในกลุ่มผู้บริโภคที่ยังชะลอการก่อหนี้ระยะยาว
นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น หลังเผชิญภาระหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยใช้เวลานานขึ้น และมีความระมัดระวังต่อภาระผ่อนชำระระยะยาว
ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังคงมองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับกลยุทธ์จากการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การออกแบบโซลูชันทางการเงินที่ช่วยลดความกังวลในการซื้อบ้านมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ LPN จึงเปิดตัวแคมเปญ “พักหนี้ที่ LPN” ในรูปแบบ Financial Solution ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้นของการเป็นเจ้าของบ้าน โดยลูกค้าสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ก่อน พร้อมรับการสนับสนุนภาระผ่อนชำระตามเงื่อนไขของบริษัทในระยะเวลาสูงสุด 5 ปี
บริษัทมองว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดแรงกดดันด้านกระแสเงินสดในช่วงแรกของการซื้อที่อยู่อาศัย และเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแคมเปญครอบคลุมโครงการพร้อมอยู่จำนวน 21 โครงการ ทั้งคอนโดมิเนียมใกล้ระบบขนส่งมวลชน ทาวน์โฮม และบ้านแฝด–บ้านเดี่ยวในหลายระดับราคา เพื่อรองรับความต้องการของผู้ซื้อแต่ละกลุ่ม
นางสาวดารณีกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทต้องการให้การมีบ้านเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเน้นการลดภาระทางการเงินในช่วงเริ่มต้น มากกว่าการแข่งขันผ่านส่วนลดหรือของแถมเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเริ่มต้นชีวิตในบ้านหลังใหม่ได้อย่างมั่นใจและมีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น
นอกจากสิทธิประโยชน์ภายใต้แคมเปญ “พักหนี้ที่ LPN” แล้ว บริษัทฯ ยังมอบข้อเสนอเพิ่มเติม อาทิ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง รวมถึงระบบโซลาร์เซลล์ในบางโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของผู้ซื้อ
ทั้งนี้ การออกแคมเปญดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่กำลังซื้อยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยหลายบริษัทเริ่มหันมาใช้เครื่องมือทางการเงินและโปรแกรมสนับสนุนการผ่อนชำระมากขึ้น เพื่อเร่งระบายสต็อกโครงการพร้อมอยู่และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีหลัง.