“ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” คอนโดห้องใหญ่ราคาต่ำกว่าตลาด

ตลาดคอนโดมิเนียมย่านฝั่งธนบุรีกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลัง บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ บนทำเลแยกท่าพระ จุดตัดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน–สายสีเขียวอ่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ทำเลของฝั่งธนบุรีที่ยังสามารถพัฒนาอาคารสูงได้ภายใต้ข้อจำกัดผังเมือง

โครงการตั้งอยู่ห่างจากสถานี MRT ท่าพระ ประมาณ 150 เมตร บนที่ดินราว 5 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาทพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูง 2 อาคาร สูง 31 และ 32 ชั้น รวม 910 ยูนิต และพื้นที่ร้านค้า 3 ยูนิต ซึ่งนับเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งในย่านแยกท่าพระ

ทำเล “Interchange จริง” แต่พัฒนาได้ยาก

แยกท่าพระเป็นทำเลที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จับตามานาน เนื่องจากเป็นสถานีเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้าแห่งแรกจากฝั่งพระนครเข้าสู่ฝั่งธนบุรี และยังไม่ถูกจำกัดความสูงอาคารเหมือนพื้นที่ชั้นใน เช่น สามยอด สนามไชย หรืออิสรภาพ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการในย่านนี้ทำได้ยาก ทั้งจากข้อจำกัดด้านผังเมืองเดิม ขนาดแปลงที่ดิน และสภาพแวดล้อมโดยรอบ ส่งผลให้มีผู้พัฒนาเพียงไม่กี่รายที่สามารถขึ้นอาคารสูงได้จริง ซึ่งศุภาลัยเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ค่อย ๆ สะสมแลนด์แบงก์และพัฒนาโครงการในย่านฝั่งธนบุรีต่อเนื่องมากว่า 10 ปี

ห้องใหญ่–ราคาต่ำกว่าตลาด จุดขายหลักในภาวะกำลังซื้อจำกัด

จุดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่ ขนาดห้องและระดับราคา โดยห้องพักมีขนาดตั้งแต่ 33 – 67.5 ตารางเมตร เพดานสูง 2.7 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าคอนโดเปิดใหม่ในระดับราคาใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน

ราคาเปิดตัวเริ่มต้น 2.15 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 75,700 บาทต่อตารางเมตร ต่ำกว่าคู่แข่งในแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงเดียวกัน โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้อยู่อาศัยจริง คนทำงานฝั่งธนบุรี และครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากกว่าการลงทุนเพื่อเก็งกำไร

ในเชิงเศรษฐกิจ โครงการสะท้อนแนวทาง Cost Leadership ของศุภาลัย ที่เลือกลดความหรูหราเชิงภาพลักษณ์ เพื่อแลกกับพื้นที่และราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ในช่วงที่กำลังซื้อยังฟื้นตัวอย่างจำกัด

ความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา: ยูนิตล้น–ไลฟ์สไตล์รอบพื้นที่

แม้โครงการจะได้เปรียบด้านราคาและขนาดห้อง แต่ก็มีประเด็นเชิงโครงสร้างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ จำนวนยูนิตที่สูงถึง 910 ยูนิต ซึ่งอาจส่งผลต่อระยะเวลาการขาย การดูดซับตลาดในช่วงโอน และการแข่งขันในตลาดปล่อยเช่าและรีเซลในอนาคต

ขณะเดียวกัน แม้โครงการจะระบุว่าทุกยูนิตเป็น “ครัวปิด” แต่ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่เป็นครัวลักษณะกึ่งปิด ตั้งอยู่กลางห้อง ใช้ระบบดูดอากาศแบบหมุนเวียน และไม่สามารถเปิดระบายอากาศธรรมชาติได้ ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ที่ใช้งานครัวหนัก

ในด้านสภาพแวดล้อม ทำเลฝั่งถนนเพชรเกษมบริเวณแยกท่าพระ ยังมีข้อจำกัดด้านไลฟ์สไตล์เมืองเมื่อเทียบกับแนวจรัญสนิทวงศ์หรือสถานีภาษีเจริญ ทั้งในแง่ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่กิจกรรม ส่งผลให้เหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่าการใช้ชีวิตแบบเมืองหนาแน่น

มุมมองโดยรวม: คอนโดอยู่จริง มากกว่าทำกำไร

ในภาพรวม ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ ไม่ใช่โครงการที่เน้นภาพลักษณ์หรือความหรูหรา แต่เป็นคอนโดที่พยายามตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของผู้ซื้อในยุคต้นทุนชีวิตสูง ได้แก่ พื้นที่ใช้สอย ราคาเข้าถึงได้ และการเดินทางที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน

โครงการเหมาะกับผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงมากกว่านักลงทุน โดยเฉพาะผู้ที่ยอมรับข้อจำกัดด้านจำนวนยูนิต ความหนาแน่น และสภาพแวดล้อมเชิงไลฟ์สไตล์ที่ยังไม่สมบูรณ์

โครงการเตรียมเปิด Pre-Sales วันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาเริ่มต้น 2.15 ล้านบาท

propertychannelข่าวอสังหาริมทรัพย์ศุภาลัยศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์เกาะติดชีวิตคนเมือง
Comments (0)
Add Comment