บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (PD) ผู้พัฒนาโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในเครือ บมจ.มั่นคงเคหะการ เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 โดยยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในกลุ่มโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม หลังความต้องการเช่าพื้นที่ยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังมีความผันผวน
นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 (BFTZ 4) บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโครงการหลักของบริษัท มีอัตราการเช่าพื้นที่มากกว่า 90% แล้ว หลังพัฒนาแล้วเสร็จเต็มรูปแบบ สะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง
“ความต้องการพื้นที่อาคารพร้อมใช้งานยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตและโลจิสติกส์ ทำให้ระยะเวลาปิดการเช่าปรับลดลงเหลือประมาณ 3–6 เดือน” นางสาวรัชนี กล่าว
บริษัทระบุว่า ในปี 2568 มีผู้เช่าใหม่รวมประมาณ 150,000 ตารางเมตร ส่งผลให้อัตราการเช่ารวมทุกโครงการอยู่ที่ 96% ขณะที่อัตราการต่อสัญญาอยู่ที่ 98% ซึ่งเป็นระดับสูงเมื่อเทียบกับตลาดเดียวกัน
ในด้านผลประกอบการ บริษัทมีรายได้รวม 1,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.6% จากปีก่อน และมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อยู่ที่ 658.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 196%
นางสาวรัชนี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงสร้างความต้องการเช่ามีการเปลี่ยนแปลง โดยผู้ประกอบการหันไปลงทุนในธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ใช้พื้นที่ขนาดเล็กลง แต่เน้นการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ในเขตปลอดอากร (Free Zone) ยังได้รับความสนใจต่อเนื่อง
สำหรับแผนปี 2569 บริษัทเตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมบางปะกง บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หลังโครงการผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว โดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวม 8,500 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนต่างชาติหลายราย
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มเติมราว 1,500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าอีก 3 แห่ง ได้แก่ โครงการ BFTZ 8 เทพารักษ์, BFTZ 9 บางนา–ตราด กม.20 และ BFTZ 10 วังน้อย เพื่อรองรับความต้องการเช่าที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของการบริหารเงินทุน บริษัทเตรียมนำทรัพย์สินในโครงการ BFTZ 4 มูลค่าไม่เกิน 5,040 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ PROSPECT REIT ภายในไตรมาส 2 ปี 2569 เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับแผนขยายธุรกิจในระยะต่อไป
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่า ปัจจัยสนับสนุนหลักของตลาดยังมาจากการย้ายฐานการผลิต การขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งยังคงทำให้ความต้องการพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในทำเลยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC อยู่ในระดับต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญแรงกดดันในหลายด้าน.