บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงาน NEXT TECH : THE FUTURE OF TECHNOLOGY : OPEN LAB UPDATE INNOVATION เพื่ออัปเดตทิศทางเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ และสะท้อนบทบาทของ Digital Infrastructure ในการรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเข้มข้นขึ้นในปี 2026
ภายในงานถ่ายทอดภาพรวมเทรนด์เทคโนโลยี ตั้งแต่ระบบสายสัญญาณมาตรฐานสากล เครือข่ายความเร็วสูง ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ไปจนถึงโซลูชันที่รองรับการทำงานของเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ AI, Cloud Computing และ Big Data โดยนำเสนอแนวคิด “OPEN LAB” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึกด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถนำไปใช้งานจริงในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อและดาต้าเซ็นเตอร์ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีเฉพาะจุด แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
“งาน NEXT TECH ถูกจัดขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นความสำคัญของการเลือกใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีมาตรฐานครบโซลูชัน ตั้งแต่ระบบสายสัญญาณไปจนถึงศูนย์ข้อมูล เพราะสิ่งเหล่านี้คือเบื้องหลังของการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพ และเป็นฐานสำคัญของการทำงานในยุคดิจิทัล” นายสมบัติกล่าว
พร้อมระบุว่า อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์จากการพัฒนาโซลูชันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวางระบบได้อย่างถูกต้อง มีเสถียรภาพ และรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต โดย LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK พร้อมทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานให้กับภาคธุรกิจไทย
ภายในงานมีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน อาทิ โซลูชันการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center Interconnect) ที่ต้องรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ความเร็วระดับ 400G–800G และการออกแบบระบบที่สามารถขยายได้ในระยะยาว โดยเน้นว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวคิดการออกแบบระบบสายสัญญาณยุคใหม่ โดยใช้ Fiber Optic เป็นแกนหลัก ผ่านโซลูชัน DOUBLE Q SERIES : Fiber Optic Cabling Solution ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแบนด์วิดท์ความเร็วสูง มีความเสถียร และสามารถอัปเกรดเทคโนโลยีในอนาคตได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลัก รวมถึงโซลูชัน FTTR SERIES 1008 : FTTR/FTTH Cabling Solution ที่รองรับทั้งอาคาร บ้านพักอาศัย และโครงการเชิงพาณิชย์
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ TRANSCEIVER CLINIC FOR ALL นวัตกรรม Optical Transceiver ที่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์เครือข่ายจากหลากหลายแบรนด์ พร้อมบริการหลังการขายที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านความเข้ากันได้ของระบบ และเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานเชิงพาณิชย์
ด้านโครงสร้างอุปกรณ์ติดตั้ง ได้มีการนำเสนอ 19” GERMANY EXPORT RACK ซึ่งพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานงานติดตั้งระบบเครือข่ายและดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยโครงสร้างแข็งแรง ระบบจัดการความร้อน และการออกแบบที่รองรับการขยายระบบในอนาคต ตอบโจทย์การใช้งานระดับองค์กร
ขณะเดียวกัน ยังมีการนำเสนอระบบสายสัญญาณ LAN UTP CAT 6A Super-S Series ภายใต้แนวคิด SMART, SMALL, SAVE รวมถึงโซลูชันสายสำหรับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cabling Solution) ที่รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมท้าทาย ทั้ง Solar Farm, Solar Rooftop และ Floating Solar Farm
นายสมบัติกล่าวทิ้งท้ายว่า อินเตอร์ลิ้งค์ฯ มุ่งพัฒนาโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถใช้งานได้จริง มีมาตรฐาน และคุ้มค่าในการลงทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งในปัจจุบันและอนาคต