MPJ โชว์ฟอร์มแกร่ง ไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิทุบสถิติใหม่ 51.1 ล้านบาท พุ่ง 69.2% รายได้แตะ 321.4 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกโกยกำไร 74.8 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจลานตู้คอนเทนเนอร์โตต่อเนื่อง พร้อมบริหารต้นทุนดันมาร์จิ้น ชูกระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งปีไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาท เตรียมรับโอกาสจาก FDI และการเติบโตของพื้นที่ EEC
บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรและลานตู้คอนเทนเนอร์ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตโดดเด่น โดยกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ที่ 51.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ท่ามกลางการขยายตัวของธุรกิจจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และความสามารถในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงคุณภาพการทำกำไรและประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนของบริษัท ควบคู่ไปกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ยุทธศาสตร์เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน
Q2/69 กำไรพุ่ง 69.2% รายได้แตะ 321.4 ล้านบาท
สำหรับไตรมาส 2/2569 MPJ มีกำไรสุทธิ 51.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.2% YoY ขณะที่รายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 321.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% YoY และมีกำไรขั้นต้น 85.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% YoY สะท้อนว่าการเติบโตของรายได้มาพร้อมกับความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น
ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 74.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% YoY มีรายได้จากการให้บริการ 601.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% YoY และกำไรขั้นต้น 147.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% YoY
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนศักยภาพการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นในหลายมิติ โดยเฉพาะการขยายลานตู้คอนเทนเนอร์และพื้นที่คลังสินค้าในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่ง MPJ วางเป้าหมายใช้เป็นฐานสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ รองรับเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า
Cash Flow แกร่ง คาดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาท
นอกเหนือจากการเติบโตของกำไร MPJ ยังตอกย้ำความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงิน โดยบริษัทคาดว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) ทั้งปีจะไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE ปัจจุบันอยู่ที่ 17.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม (Industry Average) ซึ่งอยู่ที่ 6.2% สะท้อนประสิทธิภาพในการใช้เงินทุนและความสามารถในการสร้างผลกำไร
ด้านฐานะการเงินยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมี อัตราส่วน IBD/E เพียง 0.32 เท่า ซึ่งช่วยเพิ่มความพร้อมในการรองรับแผนขยายธุรกิจในอนาคต
MPJ กางพอร์ต 4 ธุรกิจ หนุนการเติบโต
ผลการดำเนินงานของ MPJ มาจากการขับเคลื่อนธุรกิจหลัก 4 กลุ่ม ซึ่งมีทิศทางแตกต่างกันตามภาวะตลาดและกลยุทธ์ของบริษัท
1. ขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือ
ธุรกิจให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือได้รับแรงหนุนจากการจำหน่ายรถหัวลากที่ใช้เชื้อเพลิง NGV ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนานและมีค่าซ่อมบำรุงสูง ควบคู่กับการใช้เงื่อนไขสัญญา Fuel Surcharge เพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
MPJ ยังเดินหน้าขยายเครือข่าย Domestic Transportation ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงขยายฐานลูกค้าไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ธุรกิจนี้มีรายได้ 253.7 ล้านบาท และในไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 131.8 ล้านบาท
2. ลานตู้คอนเทนเนอร์โตแรง รับปริมาณตู้เข้า-ออกเพิ่ม
ธุรกิจให้บริการบริหารจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ถือเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้าและออกที่เพิ่มขึ้น หลังบริษัทขยายโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ใหม่
โครงการ ลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 1 และแหลมฉบัง 2 บนพื้นที่รวม 19 ไร่ มีปริมาณตู้เข้าและออกเพิ่มขึ้น 14% YoY ขณะที่โครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ลาดกระบัง ในส่วนพื้นที่ 7 ไร่ มีปริมาณตู้เข้าและออกเพิ่มขึ้น 21%
นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเงินลงทุนในโครงการ OM1 แหลมฉบัง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และโครงการ OM2 ลาดกระบัง
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรก ธุรกิจบริหารจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์มีรายได้ 219.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.4% YoY และเฉพาะไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 113.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.3% YoY
3. Freight Forwarder โตแรง ส่งออกทางเรือ-อากาศหนุน
ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้รับปัจจัยบวกจากปริมาณการให้บริการส่งออกทั้งทางเรือและทางอากาศที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกมีรายได้ 113.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% ขณะที่ไตรมาส 2/2569 ทำรายได้ 68.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.2% YoY ถือเป็นอีกธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตของรายได้โดดเด่นในไตรมาสนี้
4. ธุรกิจคลังสินค้า รายได้ลดหลังสัญญาบริหารครบกำหนด
สำหรับธุรกิจให้บริการเช่าคลังสินค้า รายได้ปรับตัวลดลง เนื่องจากสัญญาให้บริการของธุรกิจรับบริหารจัดการคลังสินค้าครบกำหนดในไตรมาส 4/2568
ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ธุรกิจดังกล่าวมีรายได้ 14.7 ล้านบาท และไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 7.4 ล้านบาท
โลจิสติกส์ไทยยังโต EEC-FDI เปิดโอกาส MPJ
นายจีระศักดิ์ระบุว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก กรมศุลกากร ระบุว่า มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกของไทยในปี 2568 อยู่ที่ 22.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY
ขณะที่ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ผ่านท่าเรือแหลมฉบังขยายตัว 8.5% แตะ 10.3 ล้านตู้ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 6.8% ต่อปี สะท้อนความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ยังขยายตัว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในพื้นที่ EEC โดยข้อมูล BOI ระบุว่า การลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวคิดเป็น 64.4% ของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 66.1% YoY
ปัจจัยบวกทั้งด้านการค้า การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ และการลงทุนใน EEC จึงถือเป็นโอกาสสำหรับ MPJ ในการเร่งขยายธุรกิจเพื่อรองรับดีมานด์ในตลาดที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับศักยภาพการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจในระยะยาว
“ปัจจัยบวกดังกล่าวจะเป็นโอกาสให้ MPJ เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อรองรับดีมานด์ในตลาดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพและมูลค่าเพิ่มทางการเติบโตให้มั่นคงและยั่งยืน” นายจีระศักดิ์กล่าว