ตลาดรับสร้างบ้านเปลี่ยนโจทย์ “บ้านใหญ่” สู่ “บ้านคุ้มค่า” บ้าน 2.5–10 ล้าน ครองยอดจอง 72%

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเผยผลยอดจองงาน EXPO 2026 มูลค่า 1,643 ล้านบาท บ้านระดับราคา 2.5–10 ล้านบาทครองสัดส่วนสูงสุด 72% สะท้อนผู้บริโภคให้น้ำหนักกับฟังก์ชันใช้งานจริงและค่าใช้จ่ายระยะยาว ขณะที่บ้านราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปมีเพียง 8% ของจำนวนหลัง แต่สร้างมูลค่าถึง 30% ของยอดจองรวม

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านเริ่มเปลี่ยนจากการเน้นขนาดและความหรูหราของตัวบ้าน ไปสู่การให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ารอบด้าน ทั้งพื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัว การออกแบบที่ยืดหยุ่น การประหยัดพลังงาน และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระยะยาว

แนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับรูปแบบบ้านให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็กและครอบครัวเริ่มต้น ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ต้องการพื้นที่ที่ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและรองรับการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในอนาคต

ปัจจัยสำคัญมาจากโครงสร้างครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง การมองหาความคุ้มค่ามากกว่าราคาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว และความต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัย ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าทำความสะอาด และค่าซ่อมบำรุง

การออกแบบบ้านจึงมีบทบาทต่อการควบคุมต้นทุนในระยะยาว ตั้งแต่การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งาน การคำนึงถึงทิศทางแดดและลมธรรมชาติ ไปจนถึงการเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนและระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

บ้าน 2.5–10 ล้านบาท ครองตลาด 72% ของยอดจอง

ผลการจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” มียอดจองสร้างบ้านรวม 185 หลัง มูลค่า 1,643.61 ล้านบาท โดยกลุ่มราคาที่มียอดจองสูงสุดอยู่ในช่วง 2.51–10 ล้านบาท รวม 133 หลัง คิดเป็น 72% ของจำนวนบ้านทั้งหมด

กลุ่มราคา 2.51–5 ล้านบาท มียอดจอง 71 หลัง หรือ 38% ของจำนวนทั้งหมด ขณะที่กลุ่มราคา 5.01–10 ล้านบาท มียอดจอง 62 หลัง คิดเป็น 34%

ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าบ้านระดับราคากลางเป็นกลุ่มสำคัญของงานครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ยอดจองจากงานแสดงสินค้าเป็นข้อมูลเฉพาะช่องทางและช่วงเวลาจัดงาน จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าตลาดรับสร้างบ้านทั้งประเทศมีแนวโน้มเหมือนกันทั้งหมด

ขณะที่ตลาดบ้านระดับบนยังมีบทบาทด้านมูลค่า โดยบ้านราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป มียอดจอง 15 หลัง คิดเป็น 8% ของจำนวนทั้งหมด แต่มีมูลค่ารวม 492.5 ล้านบาท หรือประมาณ 30% ของมูลค่ายอดจองทั้งงาน สะท้อนความแตกต่างระหว่างตลาดที่มีจำนวนลูกค้ามากกับตลาดที่สร้างมูลค่าต่อรายการสูง

ผู้ประกอบการต้องตอบโจทย์ทั้งงบสร้างและต้นทุนระยะยาว

นายอนันต์กรกล่าวว่า ผู้ประกอบการควรพัฒนาทั้งแบบบ้านและบริการให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละระดับราคา โดยเน้นการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ในอนาคต และลดความจำเป็นในการปรับปรุงครั้งใหญ่หลังเข้าอยู่อาศัย

ด้านสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านคาดการณ์ว่า ในปี 2569 บริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมจะมียอดขายรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท เติบโต 8.7% จากปี 2568 ที่ทำได้ 9,200 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ยอดขายของบริษัทสมาชิก ไม่ใช่มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านทั้งหมด โดยทิศทางการเติบโตยังต้องติดตามควบคู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภค ต้นทุนก่อสร้าง และความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวของครัวเรือน

Property Channelตลาดรับสร้างบ้าน 2569ตลาดอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บ้านประหยัดพลังงานบ้านราคา 2.5-10 ล้านบาทรับสร้างบ้านรับสร้างบ้าน EXPO 2026สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเกาะติดชีวิตคนเมืองเทรนด์สร้างบ้าน
Comments (0)
Add Comment