ESTAR เดินเกมตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม จับมือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ขยายบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth เชื่อมสินเชื่อบ้านเข้ากับสิทธิประโยชน์และบริการบริหารความมั่งคั่ง โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อเป็นเกณฑ์รับสิทธิ์ Krungsri Prime และ KRUNGSRI EXCLUSIVE หวังสร้างความแตกต่างในตลาดบ้านระดับบน
บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) พัฒนาสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยของ ESTAR และเลือกใช้สินเชื่อบ้านของกรุงศรี โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับบริการทางการเงินควบคู่กับคุณภาพของที่อยู่อาศัย
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าในโครงการของ ESTAR โดยเฉพาะโครงการ “แกรนด์ เวลาน่า คราวน์ กาญจนาฯ-สาย 1” ซึ่งลูกค้าที่จดจำนองสินเชื่อบ้านกับธนาคารกรุงศรีจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามระดับวงเงินสินเชื่อ
สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 10 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 20 ล้านบาท จะได้รับสิทธิการเป็นลูกค้า Krungsri Prime เป็นเวลา 3 ปี ขณะที่วงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิการเป็นลูกค้า KRUNGSRI EXCLUSIVE เป็นเวลา 3 ปี
สิทธิประโยชน์ครอบคลุมทั้งบริการด้านการเงิน การเดินทาง ร้านอาหาร การช้อปปิ้ง สุขภาพ และบริการจากพันธมิตรของธนาคาร ซึ่งเป็นการนำฐานลูกค้าสินเชื่อบ้านมาเชื่อมต่อกับบริการทางการเงินและไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Wealth
นอกจากนี้ ลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังได้รับบริการจากทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของ KRUNGSRI EXCLUSIVE ทั้งการวางแผนทางการเงิน การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่ง หรือ Wealth Management
นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ESTAR กล่าวว่า ลูกค้ากลุ่ม Wealth ในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเฉพาะคุณภาพของบ้าน แต่ยังให้ความสำคัญกับบริการ การดูแล และสิทธิประโยชน์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ
ESTAR มองว่าการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมไม่ได้อยู่ที่ตัวโครงการเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงประสบการณ์และคุณค่าที่ลูกค้าได้รับหลังการซื้อ ขณะที่การร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงินจึงถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในแนวทางสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์
ในมุมตลาด ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนทิศทางที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมพยายามขยับจาก “การขายบ้าน” ไปสู่ “การขายระบบบริการรอบการอยู่อาศัย” โดยใช้ความร่วมมือกับธนาคารเป็นช่องทางเข้าถึงลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และต่อยอดความสัมพันธ์ไปสู่บริการด้านการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง
ขณะเดียวกัน การกำหนดเกณฑ์วงเงินสินเชื่อที่ 10 ล้านบาทและ 20 ล้านบาท ยังสะท้อนการแบ่งกลุ่มลูกค้าตามกำลังซื้ออย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อบ้านระดับราคาสูงและมีศักยภาพในการใช้บริการทางการเงินอื่น ๆ นอกเหนือจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย
สำหรับ ESTAR ความร่วมมือกับกรุงศรีจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการซื้อบ้าน แต่เป็นการเพิ่มบริการทางการเงินและสิทธิประโยชน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอสำหรับลูกค้าระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในปัจจุบัน