บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 โดยชูยุทธศาสตร์ “3 ฟันเฟือง” เป็นแกนหลักขับเคลื่อนองค์กร ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังผันผวนและตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวไม่เต็มที่ พร้อมตั้งเป้าผลเรียกเก็บไว้ที่ 17,900 ล้านบาท ใกล้เคียงระดับสูงสุดที่ทำได้ในปี 2568
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า ทิศทางปีนี้จะเน้น “คุณภาพการบริหารมากกว่าปริมาณพอร์ต” โดยกลไกสำคัญคือ 3 ฟันเฟือง ที่ต้องทำงานประสานกันอย่างมีวินัยทางการเงิน
ฟันเฟืองที่ 1: บริหาร NPL–NPA แบบเข้มข้น เน้นเงินสดเร็ว ลดภาระถือครอง
BAM จะปรับการกำหนดราคาทรัพย์ให้สอดคล้องตลาดและแข่งขันได้ เร่งลด Holding Period ของทรัพย์ NPA และบริหาร Cash Conversion Cycle ให้สั้นลง ควบคู่การลดการตั้งสำรองที่ไม่จำเป็น ด้าน NPL จะจัดกลุ่มลูกหนี้ S–M–L เพื่อกำหนดแนวทางอนุมัติและปรับโครงสร้างหนี้ให้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสปิดดีลและเปลี่ยนหนี้เป็นกระแสเงินสด
ฟันเฟืองที่ 2: ลงทุนระบบ–ดัน e-Marketplace เพิ่มช่องทางขาย
บริษัทเตรียมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รองรับการขายทรัพย์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และเพิ่มประสิทธิภาพฐานข้อมูลลูกหนี้–ลูกค้า เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการตั้งราคาให้แม่นยำมากขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
ฟันเฟืองที่ 3: สร้าง Hybrid Talent รองรับโมเดลธุรกิจใหม่
BAM ปรับโครงสร้างองค์กรและวางแผนพัฒนาบุคลากรตาม HR Master Plan เพื่อให้พนักงานมีทักษะทั้งการเงิน เทคโนโลยี และการบริหารสินทรัพย์ รองรับการแข่งขันในธุรกิจบริหารหนี้ที่ซับซ้อนขึ้น
สำหรับผลงานปี 2568 บริษัททำผลเรียกเก็บได้ 17,857 ล้านบาท เติบโต 18% จากปีก่อน แบ่งเป็น NPL 10,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% และ NPA 7,187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% สะท้อนการเร่งหมุนเวียนทรัพย์และการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยอมรับว่า ปัจจัยเสี่ยงปีนี้ยังอยู่ที่กำลังซื้อในตลาดอสังหาฯ หนี้ครัวเรือนระดับสูง และความผันผวนของดอกเบี้ย ซึ่งอาจกดดันความเร็วในการขาย NPA และการปิดดีลลูกหนี้บางกลุ่ม
BAM จึงวางเป้าให้ “3 ฟันเฟือง” เป็นเครื่องยนต์หลักรักษาระดับกระแสเงินสดและเสถียรภาพพอร์ต พร้อมต่อยอดสู่โมเดล “BAMX” ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว