AWC ปิดปี 2568 โตกำไร 6.3 พันล้าน คอมเมอร์เชียลพุ่งแรง 25.8% จากเอเชียทีค ดันพอร์ตทะลุ 2.18 แสนล้าน รับรอบท่องเที่ยวฟื้น

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) รายงานผลประกอบการปี 2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่ รายได้รวม 23,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากปีก่อน กำไรสุทธิ 6,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินรวมขยับแตะ 218,740 ล้านบาท เติบโต 10% สะท้อนจังหวะฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตแบบสมดุลระหว่าง “โรงแรม–คอมเมอร์เชียล”

ตัวเลขสำคัญที่สะท้อนคุณภาพกำไร คือ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ณ สิ้นปี อยู่ที่ 0.89 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ ท่ามกลางรอบดอกเบี้ยขาขึ้น พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7%

คอมเมอร์เชียลเป็นเครื่องยนต์หลัก ดันกำไรศูนย์การค้าพุ่ง 25.8%

กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลสร้างรายได้ 9,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% แต่จุดที่โดดเด่นคือ “กำไรจากการดำเนินงาน” ของกลุ่มศูนย์การค้าเติบโตถึง 25.8% จากโมเดล Destination-led Experience ที่เน้นสร้างทราฟฟิกจริง

โครงการหลักอย่าง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น กลายเป็นตัวเร่งสำคัญ หลังเปิด “Jurassic World: The Experience” และเครื่องเล่น “SkyFlyers: Wings of Garudapterus” ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบช่วงก่อนเปิดโครงการ

อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ขยับจาก 71% เป็น 80% ภายในปีเดียว ขณะที่รายได้ค่าเช่าเติบโต 22.8% สะท้อนว่าการลงทุนด้านประสบการณ์ (Experience-driven Asset) แปลงเป็นกระแสเงินสดได้จริง ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์

ในฝั่งอาคารสำนักงาน การปรับโฉม “The Empire Reimagined” และการรับรู้รายได้จากอาคารใหม่อย่าง จูบิลี่ เพรสทีจ ทาวเวอร์ หนุนรายได้ค่าเช่าโต 6% ท่ามกลางตลาดออฟฟิศที่ยังแข่งขันสูง


โรงแรมโตท่ามกลางความผันผวน RevPAR ต่างจังหวัดนำ

กลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการทำรายได้ 12,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน และสูงกว่าปี 2562 ถึง 47% สะท้อนการฟื้นตัวเหนือระดับก่อนโควิด

แรงหนุนมาจากการเปิดโรงแรมใหม่ 3 แห่งในพัทยาและกรุงเทพฯ สร้างรายได้เพิ่มกว่า 720 ล้านบาทในปีแรก ขณะเดียวกันโรงแรมรีสอร์ทในเมืองท่องเที่ยวหลักยังคงเป็นแกนกำไรสำคัญ โดย RevPAR เติบโตแข็งแกร่ง

  • เชียงใหม่ +10.4%

  • เกาะสมุย +7.2%

  • กระบี่ +5.6%

โรงแรมบางแห่งมีดัชนีสร้างรายได้ (RGI) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เช่น คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ (RGI 205) และ เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล (RGI 161) สะท้อนความสามารถในการทำราคาสูงกว่าตลาด (Rate Premium)

อีกแรงหนุนสำคัญคือรายได้อาหารและเครื่องดื่ม (F&B) แตะ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากการรับรู้รายได้เต็มปีของ “เอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์” ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่พึ่งพาเฉพาะค่าห้องพัก


ปี 2569 เดิมพันแฟลกชิป–รับดีมานด์จีนกลับ

AWC ประเมินทิศทางปี 2569 เชิงบวกจากยอดจองล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 15% โดยเฉพาะเชียงใหม่ (+27%) และเกาะสมุย (+16%) สะท้อนการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนและตลาดระยะไกล

โครงการเรือธงที่ตลาดจับตาคือ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท แบรนด์แฟร์มอนท์แห่งแรกในไทย ซึ่งจะเสริมพอร์ตลักชัวรีในกรุงเทพฯ และเพิ่มศักยภาพตลาด MICE ระดับบน

พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิด “ลานนาทีค กาแล เฟส 1” ที่เชียงใหม่ และพัฒนาอาคารเฮอริเทจในเวิ้งนครเกษม เยาวราช ตอกย้ำกลยุทธ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงวัฒนธรรม (Cultural-led Development) ที่สร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและแบรนด์ระยะยาว

ESG ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่เป็นแต้มต่อการแข่งขัน

ในปี 2568 บริษัทได้รับการจัดอันดับ Top 1% ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องปีที่ 4 และได้ MSCI ESG Rating ระดับ AAA สะท้อนมาตรฐานการบริหารจัดการความเสี่ยงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลในระดับสากล

เมื่อพิจารณาภาพรวม ตัวเลขปี 2568 ของ AWC ไม่ได้สะท้อนเพียง “รอบฟื้นตัวท่องเที่ยว” แต่สะท้อนการปรับโครงสร้างพอร์ตสู่สินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดสูงขึ้น และลดความผันผวนเชิงวัฏจักร

คำถามต่อจากนี้ คือ การเปิดแฟลกชิปใหม่และการลงทุนเชิงประสบการณ์ จะรักษาอัตราการเติบโตระดับใกล้ 10% ได้ต่อเนื่องหรือไม่ ในจังหวะที่การแข่งขันตลาดโรงแรม–รีเทลระดับลักชัวรีเริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง.

AWCpropertychannelข่าวอสังหาริมทรัพย์เกาะติดชีวิตคนเมืองเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
Comments (0)
Add Comment