เอพี ไทยแลนด์ เปิดยุทธศาสตร์ระยะยาว “CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING – Leading with Empathy, Growing with Discipline” วางกรอบการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด “AP CODE” เน้นความเข้าใจเชิงลึกต่อผู้บริโภคควบคู่วินัยทางการเงิน พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2569 เตรียมเปิด 42 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 55,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายและรายได้รวม 49,000 ล้านบาท และงบจัดซื้อที่ดิน 15,000 ล้านบาท
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งสร้างความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างองค์กร ผ่าน 2 แกนหลัก ได้แก่ การพัฒนาสินค้าจากความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการลูกค้า (Empathy) และการบริหารธุรกิจด้วยความรอบคอบทางการเงิน (Discipline) โดย “AP CODE” จะเป็นมาตรฐานการทำงานร่วมกันทั้งองค์กร ครอบคลุมการพัฒนาโครงการ การก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และกระบวนการสนับสนุนอื่น ๆ
5 เสาหลักยุทธศาสตร์
-
Code of Empathy
กรอบพัฒนาสินค้าและบริการจากการวิเคราะห์ความต้องการเชิงลึกของลูกค้า ครอบคลุมบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม รวม 18 แบรนด์ ราคา 2–120 ล้านบาท ปัจจุบันมีแบบบ้านกว่า 600 แบบ ในกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ -
Code of Financial Discipline
บริษัทรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ 0.64 เท่า มีวงเงินสินเชื่อพร้อมใช้จากสถาบันการเงิน 18,880 ล้านบาท และเงินร่วมลงทุนจากพันธมิตร 12,619 ล้านบาท ได้รับอันดับเครดิตองค์กรระดับ A แนวโน้ม Stable จาก ทริสเรทติ้ง ต่อเนื่องปีที่ 3 -
Code of Global Partnership
ความร่วมมือกับ Mitsubishi Estate ในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ปัจจุบันมีโครงการร่วมทุน 32 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 140,000 ล้านบาท -
Code of Organization Capability
การยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และ AI สนับสนุนการตัดสินใจและบริหารโครงการ -
Code of Sustainable Impact
บูรณาการแนวคิด ESG ในกระบวนการพัฒนาโครงการ เช่น การจัดการของเสีย การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และความร่วมมือด้านวัสดุก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
แผนเปิดโครงการใหม่ปี 2569
-
แนวราบ 35 โครงการ มูลค่า 39,400 ล้านบาท ขยายทำเลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
-
คอนโดมิเนียม 7 โครงการ มูลค่า 15,600 ล้านบาท พร้อมรับรู้รายได้จากการโอน 5 โครงการที่สร้างเสร็จ
ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและภาวะสินเชื่อ บริษัทตั้งเป้ารักษาเสถียรภาพทางการเงินควบคู่การขยายพอร์ต โดยเน้นกระจายความเสี่ยงทั้งด้านสินค้า ทำเล และแหล่งเงินทุน เพื่อรองรับความผันผวนในรอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์.