นักเดินทางไทยในปี 2569 หันมาเดินทางต่างประเทศด้วยตัวเองมากขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่เทรนด์ Free Independent Travel (FIT) ที่เน้นความยืดหยุ่น ความคุ้มค่า และประสบการณ์เฉพาะตัว โดยข้อมูลจากสายการบิน Scoot พบว่า 65–75% ของนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางออกนอกประเทศอยู่ในกลุ่ม FIT และ semi-FIT ขณะที่จุดหมายยอดนิยมยังคงเป็นเส้นทางบินระยะสั้นในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และเวียดนาม
คนไทยนิยมเที่ยวเองมากขึ้น สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
Scoot สายการบินราคาประหยัดในเครือ Singapore Airlines (SIA) เปิดเผยอินไซต์การเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 โดยพบว่า “การเดินทางด้วยตนเอง” กำลังกลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภคยุคใหม่
ข้อมูลจากการจองเที่ยวบินและพฤติกรรมผู้โดยสารระบุว่า นักเดินทางไทยให้ความสำคัญกับ “อิสระในการออกแบบทริป” มากขึ้น ทั้งการเลือกจุดหมาย การบริหารงบประมาณ และการค้นหาประสบการณ์เฉพาะตัว ส่งผลให้รูปแบบการท่องเที่ยวแบบ Free Independent Travel (FIT) เติบโตต่อเนื่อง
Scoot คาดว่า ปัจจุบันนักเดินทางไทยที่เดินทางออกนอกประเทศกว่า 65–75% อยู่ในกลุ่ม FIT หรือ semi-FIT ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน
ทัวร์กรุ๊ปลดบทบาท แต่ยังแข็งแรงในตลาดเอเชียตะวันออก
แม้ว่าการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ยังคงได้รับความนิยมในบางประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ภาพรวมตลาดเริ่มเห็นสัดส่วนของกรุ๊ปทัวร์ลดลง
ปัจจัยสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการ “Personalized Travel Experience” หรือประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคาเฟ่ ร้านอาหาร โลเคชันลับ หรือกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวกระแสหลัก
แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตั้งแต่สายการบิน โรงแรม ไปจนถึงแพลตฟอร์ม OTA และธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่น ที่ต้องปรับบริการให้ตอบโจทย์นักเดินทางแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น
ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เวียดนาม ยังครองใจนักเดินทางไทย
ตลาดเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวไทย โดยประเทศยอดนิยม ได้แก่
- ญี่ปุ่น
- เกาหลีใต้
- จีน
- ฮ่องกง
- เวียดนาม
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากระยะเวลาบินสั้นเพียง 3–6 ชั่วโมง การเดินทางสะดวก มาตรการยกเว้นวีซ่า รวมถึงจำนวนเที่ยวบินที่มีให้เลือกสูง
เทรนด์ดังกล่าวยังสะท้อนว่า “Short-Haul Travel” ยังคงเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น
นักท่องเที่ยวไทยเน้นทริปสั้น แต่ยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์
ข้อมูลจาก Scoot ระบุว่า ระยะเวลาท่องเที่ยวของคนไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ประมาณ 3–5 วัน ขณะที่ทริประยะยาว 5–7 วัน มักเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการจองตั๋วเครื่องบินเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ นักเดินทางส่วนใหญ่มักจองล่วงหน้าเพียง 1–3 สัปดาห์ก่อนเดินทาง และกลุ่ม “Last-Minute Booking” ที่จองล่วงหน้าน้อยกว่า 7 วัน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิด “Wait-and-See” หรือการจับตาราคาและโปรโมชันก่อนตัดสินใจ ซึ่งเป็นผลจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น และการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังของผู้บริโภค
จากเที่ยวแมสสู่ Meaningful Travel เทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรม
นอกจากเรื่องราคาและความคุ้มค่าแล้ว นักเดินทางไทยยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับ “คุณค่าของประสบการณ์” มากขึ้น
กิจกรรมยอดนิยมที่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทาง ได้แก่
- การท่องเที่ยวเชิงอาหาร
- วัฒนธรรมคาเฟ่
- กิจกรรมท้องถิ่น
- จุดหมายปลายทางที่ไม่แออัด
- ประสบการณ์สะท้อนวิถีชีวิตจริงของคนในพื้นที่
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับรายงานไวท์เปเปอร์เกี่ยวกับเทรนด์ Solo Travel ที่ Scoot จัดทำขึ้นในปี 2568 ซึ่งพบว่า หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญของนักเดินทางไทย คือความต้องการ “หลีกหนีความจำเจจากชีวิตประจำวัน”
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า การเปลี่ยนผ่านจาก “Mass Tourism” ไปสู่ “Meaningful Travel” จะเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่กำหนดทิศทางธุรกิจท่องเที่ยวในอีกหลายปีข้างหน้า
Scoot เดินหน้ารุกตลาดนักเดินทางยุคใหม่
ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง Scoot ยังคงเดินหน้าขยายบริการเพื่อรองรับนักเดินทางยุคใหม่ ผ่านเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุมเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป
สายการบินยังมุ่งเน้นการนำเสนอทางเลือกการเดินทางที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถปรับแต่งทริปได้ตามงบประมาณ ความต้องการ และสไตล์การเดินทางของตนเอง พร้อมยกระดับประสบการณ์บริการและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างในตลาดสายการบินราคาประหยัด