เซ็นทรัลพัฒนา เร่งเกม “Smart Energy” รับวิกฤตพลังงานโลก เปิดจอดรถฟรี–ดัน Co-Working ลดค่าใช้จ่ายคนเมือง มุ่ง Net Zero 2050

38

ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามที่ยืดเยื้อ กดดันต้นทุนค่าครองชีพทั่วโลก “เซ็นทรัลพัฒนา” ขยับบทบาทมากกว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เดินหน้ามาตรการ “Central’s Smart Energy” ชวนคนไทยลดใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับศูนย์การค้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานช่วยประหยัดพลังงาน และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050


บริษัท Central Pattana จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำสถานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย เร่งยกระดับมาตรการ “Central’s Smart Energy” ครอบคลุมศูนย์การค้า 44 สาขาทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์วิกฤตพลังงานและลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

เปิดจอดรถฟรี 4 สาขา เชื่อมรถไฟฟ้า ลดภาระคนเมือง

หนึ่งในมาตรการที่จับต้องได้ คือ การเปิดพื้นที่จอดรถฟรีใน 4 ทำเลหลัก เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ได้แก่ เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์, รามอินทรา, เวสต์เกต และแจ้งวัฒนะ เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. ในวันจันทร์–ศุกร์ เพื่อให้ประชาชนสามารถ “จอดแล้วจร” ลดการขับรถเข้าเมือง ช่วยประหยัดค่าน้ำมันและค่าเดินทางในชีวิตประจำวัน

72990

เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์, รามอินทรา, เวสต์เกต และแจ้งวัฒนะ

ดันศูนย์การค้าเป็น “พื้นที่ทำงานใกล้บ้าน” ลดทั้งค่าไฟ–ค่าเดินทาง

เซ็นทรัลพัฒนา ยังปรับบทบาทศูนย์การค้าเป็น Co-Working Space รองรับการทำงานยุคใหม่ ลดการเดินทางระยะไกล และช่วยลดค่าไฟในครัวเรือน สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการ Work Near Home มากขึ้นในภาวะต้นทุนพลังงานสูง

 


“Smart Energy” 3 แกนหลัก สู่ผลลัพธ์เชิงรูปธรรม

1) Smart Energy Saving: ใช้เทคโนโลยีลดพลังงานทั้งระบบ

บริษัทนำ AI เข้ามาบริหารจัดการระบบปรับอากาศ (AI Chiller) เริ่มนำร่องที่เซ็นทรัล อยุธยา และพระราม 9 ก่อนขยายอีก 20 สาขาในปี 2569 คาดลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 20 ล้านหน่วยต่อปี ควบคู่กับมาตรการด้านวิศวกรรม เช่น Motion Sensor บันไดเลื่อน, ระบบ Smart Power, การใช้ LED 100% และเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง รวมถึงการลดความร้อนเข้าสู่อาคารด้วยโซลูชันเชิงกายภาพ

2) Smart Lifestyle: ปรับพฤติกรรมผู้บริโภคสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจาก Co-Working Space ยังติดตั้ง EV Charging Station รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมมาตรการจอดรถฟรี เพื่อกระตุ้นการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดการใช้น้ำมันในภาพรวม

3) Smart Green Energy: ลงทุนพลังงานสะอาดระยะยาว

เซ็นทรัลพัฒนาเร่งติดตั้ง Solar Rooftop และ Solar Carport ครอบคลุมแล้ว 35 โครงการ จากเป้าหมาย 43 โครงการ กำลังการผลิตรวมกว่า 40 เมกะวัตต์ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 50 ล้านหน่วยต่อปี พร้อมเดินหน้า “Green Partnership” ร่วมกับร้านค้ากว่า 2,400 แบรนด์ ลดการใช้ทรัพยากรและยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมใน ecosystem ทั้งระบบ


ลดคาร์บอน 1.89 แสนตัน สะท้อนบทบาท “ศูนย์การค้า” ต่อโลก

จากการดำเนินมาตรการต่อเนื่อง บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 189,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) เทียบกับปี 2019

ขณะเดียวกัน ยังเข้าร่วมกิจกรรม Earth Hour อย่างต่อเนื่อง สามารถลดการใช้พลังงานได้กว่า 0.12 ล้านหน่วย เทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 10,000 ต้นต่อปี สะท้อนพลังของการมีส่วนร่วมจากทั้งองค์กรและผู้บริโภค


“อสังหาฯ ยั่งยืน” ที่ไม่ใช่แค่ ESG แต่คือ “ต้นทุนใหม่ของธุรกิจ”

ในเชิงโครงสร้าง การเร่งลงทุนด้านพลังงานของเซ็นทรัลพัฒนา ไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์ ESG แต่กำลังกลายเป็น “กลไกลดต้นทุนระยะยาว” ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาพลังงานโลก

การตั้งบริษัท Central Pattana Green Growth และการนำ Data & AI ผ่านแพลตฟอร์ม The 1 และ The 1 Biz เข้ามาบริหารจัดการ สะท้อนการ Transform องค์กรเชิงลึก เพื่อสร้าง “Ecosystem for All” ที่เชื่อมทั้งผู้เช่า ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน



ในวันที่พลังงานกลายเป็น “ความเสี่ยงเชิงระบบ” ของเศรษฐกิจโลก การขยับของเซ็นทรัลพัฒนา กำลังสะท้อนบทบาทใหม่ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ไม่ได้สร้างเพียงพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการใช้ชีวิต” ของเมืองในอนาคต

Leave A Reply

Your email address will not be published.