อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ ชู “The Park Lane 15” ฝ่าตลาดปี 2569 เจาะลักชูรีโซนแบริ่ง–ลาซาล

51

ท่ามกลางภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ยังอยู่ในช่วง “ปรับฐาน” ต่อเนื่องจากปี 2568 ผู้ประกอบการหลายรายชะลอเปิดโครงการใหม่และเร่งระบายสต็อก โดยเฉพาะตลาดแมสที่ได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อชะลอตัวและการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดระดับบน (Luxury / Upper Segment) ยังถูกมองว่าเป็น “พื้นที่ปลอดแรงกระแทกบางส่วน” เนื่องจากพึ่งพาผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อจริง (Real Demand) มากกว่าการกู้เต็มวงเงิน

ในบริบทดังกล่าว อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 55 ยูนิต มูลค่า 266.88 ล้านบาท เติบโต 15% โดยวางหมากรุกตลาดลักชูรีผ่านโครงการเรือธง “The Park Lane 15 สุขุมวิท–แบริ่ง” มูลค่าเป้าโอน 102.50 ล้านบาท


ภาพใหญ่ตลาดปี 2569: ฟื้นตัวช้า แต่ยังไม่พ้นความเสี่ยง

ข้อมูลจากหลายสำนักวิจัยอสังหาฯ สะท้อนภาพใกล้เคียงกันว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่ง “การทรงตัวเชิงเปราะบาง”

  • ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด

  • อัตราปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ในกลุ่มต่ำกว่า 5 ล้านบาทยังอยู่ในระดับสูง

  • ผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงสต็อกคงค้าง

72990

แม้ภาพรวมไม่สดใส แต่ตลาดบนยังมีแรงพยุงจากผู้ซื้อเงินสดและผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการบ้านแนวราบขนาดใหญ่ ใกล้เมือง และเชื่อมต่อรถไฟฟ้า


โฟกัสทำเล “แบริ่ง–ลาซาล”: ตลาดรองที่กำลังขยับฐานราคา

โซนแบริ่ง–ลาซาล (สุขุมวิท 107–105) ถือเป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนผ่านจากทำเลที่อยู่อาศัยดั้งเดิม สู่ “โซนต่อขยาย CBD ฝั่งตะวันออก” จากปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่

  • การเชื่อมต่อ BTS สายสีเขียว สถานีแบริ่ง–สำโรง

  • การเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว–สำโรง)

  • โครงสร้างพื้นฐานถนนสุขุมวิท–ศรีนครินทร์

  • รายล้อมโรงเรียนนานาชาติ เช่น Bangkok Patana, St. Andrews

  • ใกล้โรงพยาบาลศิครินทร์ และคอมมูนิตี้มอลล์อย่างลาซาล อเวนิว

ซัพพลาย–ดีมานด์ในพื้นที่

  • ตลาดแนวราบระดับ 10–35 ล้านบาทในโซนนี้มีจำนวนโครงการไม่มากเมื่อเทียบกับบางนา–ศรีนครินทร์ตอนต้น

  • โครงการขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 20 ยูนิต) มีความคล่องตัวสูงกว่า เพราะไม่ต้องแบกรับสต็อกจำนวนมาก

  • ดีมานด์กระจุกตัวในกลุ่มครอบครัวรายได้สูงและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ “ไร้ความเสี่ยง” เพราะ

  • กลุ่มผู้ซื้อมีขนาดจำกัด

  • การแข่งขันคุณภาพสินค้าและดีไซน์ค่อนข้างสูง

  • การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานกว่าตลาดแมส


The Park Lane 15: โปรดักต์ลักชูรีขนาดเล็ก 16 ยูนิต

โครงการ “The Park Lane 15 สุขุมวิท–แบริ่ง” พัฒนาบนที่ดิน 1-2-47.8 ไร่ จำนวนเพียง 16 ยูนิต ภายใต้แนวคิด THE PHILOSOPHY OF LUXURY LIVING

จุดขายหลัก

  • ความเป็นส่วนตัวสูง (Low Density)

  • ดีไซน์ Double Volume เพิ่มความโปร่ง

  • Flexible Space รองรับ Home Office

  • ระบบไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ

  • รองรับ EV Charger

  • ระบบอากาศ SCG Active AIR Quality

แบบบ้าน

  1. บ้านแฝด 4.5 ชั้น 542 ตร.ม. ราคา 32 ล้านบาท (2 ยูนิต)

  2. ทาวน์โฮม 4.5 ชั้น 302 ตร.ม. เริ่ม 15.5 ล้านบาท (6 ยูนิต)

  3. ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น 275 ตร.ม. เริ่ม 13.9 ล้านบาท (8 ยูนิต)

ขนาดที่ดินเริ่ม 24–53.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 275–542 ตร.ม. พร้อมที่จอดรถสูงสุด 5 คัน และ Home Lift ในยูนิตขนาดใหญ่


วิเคราะห์เชิงความเสี่ยง

แม้โมเดลโครงการขนาดเล็กช่วยลดแรงกดดันด้านสต็อก แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม

1) กำลังซื้อกลุ่มบนไม่ได้ “ไร้ขีดจำกัด”

แม้ได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดแมส แต่ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยยังมีผลต่อจังหวะตัดสินใจ

2) การแข่งขันเชิงคุณภาพ

ลูกค้ากลุ่ม 15–30 ล้านบาท มีตัวเลือกทั้งบางนา ศรีนครินทร์ และกรุงเทพฯ ชั้นใน การตั้งราคาและ Positioning ต้องชัด

3) สภาพคล่องตลาดรอง

การซื้อเพื่อการลงทุนต้องพิจารณาตลาดรีเซลล์ในอนาคต ซึ่งขึ้นกับภาพรวมเศรษฐกิจระยะกลาง


กลยุทธ์บริษัท: เติบโตแบบ “ระมัดระวัง”

อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้ วางเป้าปี 2569 โอนรวม 266.88 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • Premier City สุขุมวิท–ปู่เจ้า 155 ล้านบาท

  • The Park Lane 15 จำนวน 102.50 ล้านบาท

  • Premier Prime 9.18 ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ยังพึ่งพาแนวราบ 100% สะท้อนกลยุทธ์หลีกเลี่ยงความผันผวนตลาดคอนโด

ปี 2569 ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งขยาย แต่เป็นปีแห่ง “การคัดเลือกตลาด” ผู้ประกอบการที่อยู่รอดไม่ใช่รายที่เปิดมากที่สุด แต่คือรายที่เข้าใจดีมานด์จริงและบริหารซัพพลายอย่างมีวินัย

The Park Lane 15 สุขุมวิท–แบริ่ง” จึงเป็นการเดิมพันในตลาดลักชูรีขนาดเล็ก ที่อาศัยทำเลเชื่อมต่อรถไฟฟ้าและความเป็นส่วนตัวเป็นตัวชูโรง ท่ามกลางตลาดที่ยังเปราะบาง

คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า “ขายได้หรือไม่”
แต่คือ “ขายได้เร็วแค่ไหน และรักษามาร์จิ้นได้เท่าไร”

ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของผู้ประกอบการในปีแห่งการปรับฐานของอสังหาริมทรัพย์ไทย.

Leave A Reply

Your email address will not be published.