บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในโซนรังสิต คลอง 3 บนพื้นที่รวมประมาณ 287 ไร่ ภายใต้แนวคิด “Community Living Hub” โดยผสานโครงการที่อยู่อาศัยและโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่เดียวกัน เพื่อตอบรับความต้องการที่อยู่อาศัยของครอบครัวในโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทำเลรังสิตเป็นพื้นที่ที่บริษัทพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการสะสมราว 30 โครงการ และยังมีแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น จากการขยายตัวของประชากรและการเติบโตของชุมชนเมือง
โครงการใหม่นี้พัฒนาภายใต้แนวคิดรวมระบบนิเวศการอยู่อาศัย (Ecosystem) โดยวางผังให้มีทั้งที่อยู่อาศัยและสถานศึกษาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน รองรับการใช้ชีวิตระยะยาวของครอบครัว
เปิด 2 โครงการแรก มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท
ในเฟสแรก บริษัทเปิดตัว 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ได้แก่
- “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3” บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี บนพื้นที่ประมาณ 98 ไร่ จำนวน 271 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท
- “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3” บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด บนพื้นที่ประมาณ 57 ไร่ จำนวน 310 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท
บริษัทระบุว่า ทั้งสองโครงการมียอดขายในช่วงเปิดตัวเฟสแรกแล้วประมาณ 350 ล้านบาท
นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย กล่าวว่า การพัฒนาโครงการในพื้นที่ดังกล่าวแบ่งเป็น 2 เซกเมนต์หลัก เพื่อรองรับกำลังซื้อที่แตกต่างกัน ทั้งกลุ่มพรีเมียมและกลุ่มครอบครัวระดับกลางถึงบน
จับดีมานด์ครอบครัว–ขยายเมืองรอบนอก
ข้อมูลจากบริษัทชี้ว่า กลุ่มลูกค้าในทำเลรังสิตให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยและคุณภาพชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในรูปแบบชุมชนขนาดใหญ่ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของโครงการ คือ การพัฒนาโรงเรียนนานาชาติภายในพื้นที่ ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่ม SISB เพื่อรองรับความต้องการด้านการศึกษาของครอบครัวในพื้นที่ โดยปัจจุบันเริ่มเปิดรับสมัครล่วงหน้าแล้ว
โครงสร้างพื้นฐาน–ทำเล ยังเป็นปัจจัยหลัก
โครงการตั้งอยู่ติดถนนรังสิต–นครนายก ใกล้โครงข่ายถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก และสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ เช่น ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และสนามบินดอนเมือง โดยบริษัทได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เช่น สะพานข้ามคลองหน้าโครงการ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง
ภาพรวมตลาด: โปรเจกต์มิกซ์ยูสแนวราบขนาดใหญ่เริ่มชัด
การพัฒนาโครงการลักษณะ “Community Living Hub” สะท้อนแนวโน้มผู้ประกอบการที่หันมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้โครงการแนวราบ ผ่านการรวมฟังก์ชันการอยู่อาศัย การศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่เดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ตลาดแนวราบยังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและการแข่งขันที่สูง โดยเฉพาะในกลุ่มราคากลาง ทำให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนาโครงการให้มีความแตกต่างและตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงมากขึ้น เพื่อรักษาระดับยอดขายในระยะต่อไป



