สิงห์ เอสเตท รายได้ 1.4 หมื่นล้าน กำไร 531 ล้าน พึ่งโรงแรม ออฟฟิศพยุงพอร์ต
สิงห์ เอสเตท รายได้ปี 2568 แตะ 13,988 ล้านบาท กำไรปกติ 531 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิตามบัญชี 1,963 ล้านบาท
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้หลักจากการดำเนินงานรวม 13,988 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจรายได้ประจำ (Recurring Income) อยู่ที่ประมาณ 80% และจากการขายอสังหาริมทรัพย์ (Non-Recurring Income) ราว 20%
บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Normalized EBITDA) 3,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไร EBITDA Margin ขยับจาก 24% เป็น 26% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการตามรายงานทางบัญชี บริษัทขาดทุนสุทธิ 1,963 ล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออก จะมีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) 531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8 เท่า จากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยคณะกรรมการมีมติเสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผล 0.015 บาทต่อหุ้น
โรงแรม-อาคารสำนักงาน เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่อยู่อาศัยชะลอตัวตามภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ แต่กลุ่มธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานยังเป็นแรงหนุนหลักของรายได้และกำไร
บริษัทระบุว่าแม้ภาคท่องเที่ยวเผชิญแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอและเงินบาทแข็งค่า แต่พอร์ตโรงแรมยังรักษาความสามารถทำกำไรได้ โดยเฉพาะโรงแรมที่ผ่านการปรับปรุง เช่น โรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งยกระดับราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ได้มากกว่า 30% จากช่วงก่อนปรับปรุง ส่งผลให้ RevPAR ปี 2568 เพิ่ม 64% มาอยู่ที่ 6,881 บาทต่อคืน และทำสถิติ ADR สูงสุดใหม่ในเดือนมกราคมที่ 18,573 บาทต่อคืน
บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์ Asset Rotation โดยทยอยขายสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ และลงทุนปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโดยรวม
ออฟฟิศทำสถิติ EBITDA สูงสุดใหม่
ธุรกิจอาคารสำนักงานรายงาน EBITDA สูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 840 ล้านบาท อัตราการเช่าเฉลี่ยของอาคารหลัก ได้แก่ สิงห์ คอมเพล็กซ์ และ S Metro อยู่ที่ 87% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่ S-OASIS มีอัตราเช่า 50% และมีสัญญาเช่าที่ลงนามแล้วรอเข้าใช้พื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปี 2569
ที่อยู่อาศัยเน้นบริหารสต็อก-กระแสเงินสด
ในส่วนธุรกิจที่พักอาศัย บริษัทชะลอการเปิดโครงการใหม่ เน้นบริหารกระแสเงินสดและสต็อกสินค้า โครงการร่วมทุน “วัน ริเวอร์ พระราม 3” มูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาท มียอดพรีเซลล์แล้ว 96% คาดแล้วเสร็จและเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในปี 2570
นิคมอุตสาหกรรมลุ้นดีล Data Center
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ปีที่ผ่านมาโอนที่ดินได้ 84 ไร่ คิดเป็น 23% ของพื้นที่ขายทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data Center ราว 200–400 ไร่ หากปิดดีลได้ จะสร้างรายได้จากการขายที่ดินระดับพันล้านบาท และต่อยอดรายได้ประจำจากการขายไฟฟ้าและน้ำในระยะยาว
ได้รับ SET ESG Rating ระดับ AAA
ปี 2568 บริษัทได้รับการยกระดับคะแนนประเมินด้านความยั่งยืนจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สู่ระดับ AAA ซึ่งเอื้อต่อเงื่อนไขสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan)
สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทคาดว่าฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำจะเป็นแรงหนุนหลัก ขณะที่ดีมานด์จากนักลงทุนต่างชาติในภาคนิคมอุตสาหกรรมยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งในมิติของการปิดการขายที่ดินและความผันผวนเศรษฐกิจภายนอกที่อาจกระทบภาคอสังหาริมทรัพย์โดยรวม.
