SCOPE วิเคราะห์สูตรลงทุน Ultra Luxury ชี้อสังหาฯ ระดับบนยังทำหน้าที่ Safe Haven ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ราคาทองคำที่ปรับตัวแรง และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันความเชื่อมั่นนักลงทุน คำถามสำคัญของกลุ่มนักลงทุนระดับบนคือ สินทรัพย์ใดสามารถรักษามูลค่าและบริหารความเสี่ยงได้ในระยะยาว
บริษัท สโคป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury มองว่า ในภาวะที่สินทรัพย์ทางการเงินมีความผันผวนสูง การลงทุนไม่ได้อยู่ที่ “ราคาถูก” แต่คือการเลือกสินทรัพย์ที่มีดีมานด์แท้จริง มีความหายาก และไม่ถูกกระทบจากโอเวอร์ซัพพลายในตลาดแมส ซึ่งทำให้อสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Safe Haven สำหรับนักลงทุนบางกลุ่ม
นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด ระบุว่า นักลงทุนในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอนให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่สามารถถือครองระยะยาว มีความมั่นคงด้านดีมานด์ และรองรับการส่งต่อความมั่งคั่ง มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
3 ปัจจัยหลักที่กำหนดมูลค่าอสังหาฯ Ultra Luxury

จากประสบการณ์การพัฒนาโครงการ สโคประบุว่า อสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ที่สามารถรักษามูลค่าได้ในระยะยาว ต้องอาศัย 3 แกนหลัก ได้แก่
1. ทำเล (Location)
ไม่ใช่เพียงทำเลชื่อดัง แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่มีดีมานด์การอยู่อาศัยและปล่อยเช่าจริง รวมถึงมีข้อจำกัดด้านซัพพลายในอนาคต ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าที่ดินในระยะยาว
2. การออกแบบระดับโลก (World-Class Design)
งานออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และสร้างเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ ช่วยยกระดับโครงการให้แตกต่างจากตลาดทั่วไป
3. บริการแบบโรงแรม (Hospitality Service)
การบริหารจัดการและบริการหลังการขายที่มีมาตรฐานสูง เป็นปัจจัยสำคัญต่อระดับค่าเช่าและการรักษาผู้เช่าคุณภาพในระยะยาว
ภาพรวม 3 โครงการของ SCOPE ในตลาด Ultra Luxury
SCOPE Langsuan
โครงการบนทำเลหลังสวน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ Freehold ที่เหลือจำกัดในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) โดดเด่นด้านงานออกแบบและระดับราคาที่ทำสถิติใกล้ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร สะท้อนความหายากของทำเลและกลุ่มเป้าหมายที่เน้นการถือครองระยะยาว โดยบริษัทประเมินอัตราการเติบโตของมูลค่า (Capital Gain) เฉลี่ยราว 4–5% ต่อปี
SCOPE Thonglor
โครงการขนาดเล็กพิเศษ จำนวนเพียง 18 ยูนิต ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นทำเลไลฟ์สไตล์ระดับบนของกรุงเทพฯ มุ่งตอบโจทย์นักลงทุนและผู้อยู่อาศัยกลุ่ม Ultra High Net Worth ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความหายาก มากกว่าปริมาณหรือผลตอบแทนเชิงตัวเลข
SCOPE Promsri
โครงการโลว์ไรส์ในซอยสุขุมวิท 49/11 เชื่อมต่อพร้อมพงษ์–ทองหล่อ พัฒนาเพื่อรองรับตลาดเช่าระยะยาว โดยชูจุดขายด้านดีไซน์และการตกแต่ง พร้อมรูปแบบการันตีค่าเช่า ซึ่งบริษัทประเมินอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยราว 5% ต่อปี เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดควบคู่การรักษามูลค่าทรัพย์สิน
Ultra Luxury ไม่ใช่ตลาดแมส แต่คือเกมของความแม่นยำ
สโคประบุว่า ตลาด Ultra Luxury ไม่ได้แข่งขันด้วยจำนวนยูนิตหรือความเร็วในการขาย แต่แข่งขันด้วยความหายาก คุณภาพ และความสอดคล้องกับศักยภาพของทำเล การพัฒนาโครงการเกินศักยภาพพื้นที่หรือมุ่งผลตอบแทนระยะสั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงในระยะยาวมากกว่าสร้างมูลค่า
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน อสังหาริมทรัพย์ระดับบนจึงยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของนักลงทุนเฉพาะกลุ่ม ที่มองหาสินทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพของพอร์ต มากกว่าการคาดหวังผลตอบแทนสูงในระยะสั้น

