กนอ.เปิดโครงการ CIE ดันสินค้าอาหารชุมชนรอบนิคมฯ สู่ตลาดจริง แต่ความสำเร็จยังขึ้นกับการขายได้จริง

46

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดตัวโครงการ Community Products by I-EA-T (CIE) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มในชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าสร้างแบรนด์สินค้าให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ และเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากเข้ากับภาคอุตสาหกรรม

โครงการดังกล่าวดำเนินการร่วมกับสถาบันอาหาร (NFI) เพื่อให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ มาตรฐานการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่ตั้งอยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากนิคมอุตสาหกรรม ถึงวันที่ 17 เมษายน 2569

เป้าหมาย: ลดช่องว่างระหว่างโรงงานกับชุมชน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)เปิดเผยว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดทำโครงการ “ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Community Products by I-EA-T : CIE)” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเติบโตอย่างทั่วถึง โดย กนอ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนา “ชุมชนรอบนิคม” ให้เติบโตควบคู่กับภาคอุตสาหกรรมอย่างสมดุล  

กนอ.ระบุว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่จำเป็นต้องสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนโดยรอบ ไม่ใช่เพียงสร้างการลงทุนหรือรายได้จากโรงงานเท่านั้น จึงพยายามใช้โครงการ CIE เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงชุมชนเข้ากับห่วงโซ่อุตสาหกรรม

72990

ปัจจุบัน กนอ.เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาและกำกับดูแลนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ทำหน้าที่จัดสรรพื้นที่อุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภค และสนับสนุนการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ

สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้: ความรู้ มาตรฐาน และโอกาสเข้าตลาดโมเดิร์นเทรด ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

  • การพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิต
  • การจัดทำแผนธุรกิจ
  • การออกแบบบรรจุภัณฑ์และการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด

แนวทางดังกล่าวสะท้อนปัญหาหลักของผู้ประกอบการอาหารชุมชนไทยที่มักติดข้อจำกัดด้า มาตรฐาน อย. บรรจุภัณฑ์ และช่องทางจัดจำหน่าย แม้สินค้าจะมีคุณภาพ

จุดแข็งของโครงการ: เติมเต็มช่องว่างที่รัฐเคยทำไม่สำเร็จ ในอดีต โครงการพัฒนาสินค้าชุมชนจำนวนมากประสบปัญหา “อบรมแล้วจบ” แต่ไม่สามารถต่อยอดสู่การขายจริงได้ การให้หน่วยงานเฉพาะทางอย่างสถาบันอาหารเข้ามาดูแลด้านเทคนิคและการผลิต จึงมีโอกาสเพิ่มความสำเร็จมากกว่าการอบรมทั่วไป การกำหนดพื้นที่เป้าหมายเฉพาะชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม ยังช่วยให้การพัฒนาเชื่อมโยงกับฐานลูกค้าและแรงงานในพื้นที่จริง ซึ่งมีศักยภาพเป็นตลาดรองรับสินค้าได้ทันที

ความท้าทาย: การสร้างแบรนด์รัฐให้ผู้บริโภคยอมรับ

แม้ กนอ.ตั้งเป้าให้ “CIE” กลายเป็นตราสินค้าที่สร้างความเชื่อมั่นในตลาด แต่ในทางปฏิบัติ การสร้างแบรนด์ใหม่ให้ผู้บริโภคจดจำต้องใช้เวลาและงบประมาณด้านการตลาดสูงกว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

ตลาดอาหารและเครื่องดื่มในไทยมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการชุมชนต้องแข่งขันกับทั้งแบรนด์ท้องถิ่น SME และสินค้าโรงงานขนาดใหญ่ การพัฒนามาตรฐานเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากไม่มีการสร้างช่องทางขายที่ต่อเนื่อง

โครงการลักษณะนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจฐานรากจริงหรือไม่

เศรษฐกิจรอบนิคมอุตสาหกรรมมักเติบโตไม่ทันภาคการผลิต แม้พื้นที่จะมีโรงงานและการจ้างงานสูง แต่รายได้ของธุรกิจท้องถิ่นกลับไม่ได้เพิ่มตามสัดส่วน

หากโครงการ CIE สามารถผลักดันสินค้าให้เข้าสู่ตลาดได้จริง จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชนและลดแรงกดดันด้านความขัดแย้งระหว่างโรงงานกับประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่อุตสาหกรรมของไทย

วิธีสมัครเข้าร่วมโครงการ CIE

ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ของ กนอ. และสถาบันอาหาร โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 17 เมษายน 2569

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่

Leave A Reply

Your email address will not be published.