เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 2.6 หมื่นล้าน ขยาย ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ ดันเมกะมิกซ์ยูส 5 แสน ตร.ม. รับดีมานด์ลักชูรี Long Stay
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ประกาศลงทุนขยายโครงการ เซ็นทรัล ภูเก็ต ใจกลางเมืองภูเก็ต เพิ่มพื้นที่เมกะมิกซ์ยูสรวม (GBA) เป็น 500,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 110 ไร่ ดันมูลค่าโครงการรวมกว่า 26,000 ล้านบาท วางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางลักชูรีและไลฟ์สไตล์นอกกรุงเทพฯ รองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กลุ่มพำนักระยะยาว (Long-stay) และกำลังซื้อระดับสูง
แผนขยายแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ทยอยเปิดให้บริการระหว่างปี 2569–2571 ได้แก่ การขยายโซนลักชูรีของฝั่งฟลอเรสตาเพิ่มอีกเท่าตัว (คาดเปิดไตรมาส 4/2569) การปรับโฉมฝั่งเฟสติวัลและเพิ่มแบรนด์แฟชั่น–ไลฟ์สไตล์รวมกว่า 250 แบรนด์ (ไตรมาส 1/2571) และการพัฒนา World-Class Attractions บนพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่ (ไตรมาส 3/2571) รวมถึงโซนอาหารขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตร.ม.
ชูโมเดล Retail-Led Mixed-Use ปั้น Downtown Economy
ผู้บริหาร CPN ระบุว่า กลยุทธ์หลักคือการใช้รีเทลเป็นแกนเชื่อมระบบนิเวศของโครงการ (Retail-Led Mixed-Use) ผสานศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย และพื้นที่จัดประชุม–อีเวนต์ เพื่อสร้าง “Downtown Economy” รองรับการเติบโตของเมืองในระยะยาว

กลุ่มเซ็นทรัลระบุว่ามีการลงทุนในจังหวัดภูเก็ตมากกว่า 140 โครงการ ครอบคลุมรีเทล โรงแรม ที่อยู่อาศัย และธุรกิจในเครือ นับเป็นจังหวัดที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ
ตลาดลักชูรีภูเก็ตเร่งตัว แต่แข่งขันสูง
CPN ประเมินว่าในช่วงปี 2569–2572 ภูเก็ตจะมีโครงการ Branded Residences เปิดใหม่กว่า 4,700 ยูนิต จาก 26 โครงการ และมีโรงแรมลักชูรีใหม่อีกกว่า 20 โครงการ รวมกว่า 5,200 ห้อง ขณะเดียวกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น การขยายสนามบินและโครงการทางด่วน สนามบิน–กะทู้–ป่าตอง อยู่ระหว่างพัฒนา
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มที่ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจพึ่งพานักท่องเที่ยวระยะสั้น (Visitor Economy) สู่ฐานผู้อยู่อาศัยและกลุ่มพำนักระยะยาว (Living Economy) มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของซัพพลายที่อยู่อาศัยและโรงแรมระดับบนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจเพิ่มแรงกดดันการแข่งขันด้านราคาและอัตราการเข้าพัก หากดีมานด์ต่างชาติชะลอตัวจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก
ดึงแบรนด์หรู–เพิ่มพื้นที่ลักชูรีเทียบกรุงเทพฯ
ปัจจุบัน เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์การค้าที่รวบรวมแบรนด์ลักชูรีมากที่สุดนอกกรุงเทพฯ และหลายแบรนด์มียอดขายติดอันดับต้นของประเทศ บริษัทระบุว่าหลังขยายพื้นที่แล้ว สเกลโซนลักชูรีจะใกล้เคียงศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ
ในส่วนโซนอาหาร เตรียมพัฒนา Ultimate Culinary Landmark ขนาดใหญ่ที่สุดนอกกรุงเทพฯ พร้อมเพิ่มร้านอาหารระดับพรีเมียมและร้านที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อรองรับกำลังซื้อกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและลูกค้าระดับบน
ความท้าทาย: กำลังซื้อโลก–ภูมิรัฐศาสตร์
แม้ภูเก็ตยังเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรป รัสเซีย และตะวันออกกลาง แต่ทิศทางกำลังซื้อในอนาคตยังขึ้นกับปัจจัยภายนอก ทั้งเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกระทบกลุ่ม Global Wealth และ Long-stay ได้โดยตรง
การลงทุนขนาดใหญ่ในรอบนี้จึงเป็นทั้งการวางฐานระยะยาวของ CPN ในตลาดลักชูรีนอกกรุงเทพฯ และบททดสอบว่าภูเก็ตจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตเชิงปริมาณกับคุณภาพดีมานด์ได้มากเพียงใดในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า








