SenX Property Services ในเครือ SENA เปิดตัวโมเดลธุรกิจ “RentNex 2026” อย่างเป็นทางการ ภายในงาน Agent Day โดยวางเป็นผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่ม Tenancy Management เพื่อขยายโอกาสรายได้ทั้งฝั่งผู้เช่า นักลงทุน และตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SenX ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ที่ชะลอลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สวนทางกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่ม “Generation Rent” ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากกว่าการเป็นเจ้าของ
โมเดล RentNex ถูกออกแบบเพื่อปรับบทบาท “ค่าเช่า” จากภาระค่าใช้จ่ายไปสู่การสร้างมูลค่าในอนาคต โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ RentNex, RentNex Invest และ RentNex Biglot ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาหลักของตลาดเช่า ทั้งภาระเงินลงทุนเริ่มต้น ความไม่แน่นอนของกระแสเงินสด และความเสี่ยงจากผู้เช่า
ในส่วนของ RentNex Invest บริษัทพยายามวางโครงสร้างให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า (Buy-to-let) เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านการจัดหาผู้เช่าและระบบบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ เพื่อลดภาระของนักลงทุน และทำให้กระแสรายได้มีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โมเดลดังกล่าวยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของตลาดเช่า
ขณะเดียวกัน SenX ยังปรับบทบาทตัวแทนขาย จากการขายยูนิต ไปสู่การขาย “โซลูชันการอยู่อาศัยและการลงทุน” ผ่าน Agent Program และโครงสร้างค่าคอมมิชชันใหม่ เพื่อให้สอดรับกับตลาดที่ต้องการข้อมูลและผลตอบแทนที่จับต้องได้มากขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยับโมเดลธุรกิจจาก Developer-led ไปสู่ Service & Platform-driven ซึ่งเน้นรายได้ประจำ (recurring income) และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม การสร้าง ecosystem ดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ เช่น อัตราการเช่า (occupancy rate) คุณภาพผู้เช่า และภาวะกำลังซื้อโดยรวม
การเปิดตัว RentNex สะท้อนความพยายามของผู้ประกอบการในการปรับตัวเข้าสู่ตลาดเช่าที่มีแนวโน้มเติบโต แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นสัญญาณว่าตลาดซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และผู้เล่นจำเป็นต้องหาโมเดลรายได้ใหม่มารองรับความไม่แน่นอนในระยะถัดไป