แสนสิริจับมือ LIXIL นำเทคโนโลยีจัดการน้ำและผลิตภัณฑ์ American Standard เข้าใช้ในโครงการที่อยู่อาศัย หวังลดการใช้น้ำและทรัพยากรในระยะยาว รับโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับต้นทุนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
แสนสิริ และ LIXIL เดินหน้าความร่วมมือด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยนำเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการน้ำเข้ามาใช้ในโครงการของแสนสิริ ภายใต้แนวคิดการลดการใช้ทรัพยากรและการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องรับมือกับต้นทุนด้านพลังงาน ทรัพยากร และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคเริ่มมองเรื่องประสิทธิภาพของบ้านมากกว่าความสวยงามหรือทำเลเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลที่ทั้งสองบริษัทนำเสนอระบุว่า ภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมวัสดุเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากพลังงานทั่วโลกราว 19% ขณะที่การใช้พลังงานภายในอาคารและที่พักอาศัยคิดเป็นอีกราว 18%
ด้านการใช้น้ำในครัวเรือนทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 6 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2503 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อม
แสนสิริเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดการน้ำในโครงการ
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ แสนสิรินำผลิตภัณฑ์ของ American Standard ซึ่งอยู่ภายใต้ LIXIL มาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัย โดยมีทั้งสุขภัณฑ์ Compact Codie, เรนชาวเวอร์ Moonshadow-h200, อ่างอาบน้ำ Saturn S และก๊อกผสมอ่างล้างหน้า Codie
โจทย์หลักอยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ควบคู่กับการลดการใช้ทรัพยากรและขยะจากการดำเนินงานของอาคาร
ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่วนโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การเลือกผลิตภัณฑ์ American Standard ผ่านการพิจารณาในมิติของการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีแนวทางด้านธุรกิจและความยั่งยืนสอดคล้องกัน
ขณะที่ ตระกูล ส่งพิริยะกิจ ลีดเดอร์ ลิกซิล ประเทศไทย ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ ระบุว่า การนำเทคโนโลยีด้านการจัดการน้ำเข้ามาผสานกับโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ เป็นแนวทางหนึ่งในการตอบโจทย์การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
จาก ESG สู่ต้นทุนการอยู่อาศัย
ประเด็นสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในระยะต่อไปจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าโครงการจะมีพื้นที่สีเขียวหรือผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ แต่รวมถึง ต้นทุนที่ลูกบ้านต้องจ่ายตลอดอายุการอยู่อาศัย
อุปกรณ์ที่ใช้น้ำน้อยลง หากสามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้จริง ก็มีโอกาสช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ขณะเดียวกันผู้พัฒนาโครงการก็สามารถลดการใช้ทรัพยากรและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารอาคาร
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการประหยัดน้ำหรือการลดค่าใช้จ่ายของลูกบ้านจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่ได้มีการระบุไว้ในข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยครั้งนี้ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าความร่วมมือดังกล่าวช่วยลดต้นทุนการอยู่อาศัยได้มากน้อยเพียงใด
แสนสิริประกาศเป้าหมาย Net-Zero 2050 ขณะที่ LIXIL เดินหน้ากลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด “Zero Carbon and Circular Living” และมีผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการน้ำภายใต้แบรนด์ American Standard, GROHE และ INAX
สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์
เพราะสุดท้ายแล้ว “บ้านยั่งยืน” จะมีความหมายทางธุรกิจมากน้อยแค่ไหน ต้องวัดกันที่ ใช้ทรัพยากรลดลง ต้นทุนการอยู่อาศัยลดลง และผู้ซื้อรู้สึกถึงประโยชน์ได้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณาบนโบรชัวร์โครงการ