Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collection ปรับโฉมครั้งใหญ่ ยกระดับประสบการณ์ลักชัวรีรับตลาดท่องเที่ยวเวียดนามฟื้นแรง

ท่ามกลางการฟื้นตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเวียดนาม โรงแรมระดับลักชัวรีใจกลางกรุงฮานอยอย่าง Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collection ประกาศเดินหน้าปรับปรุงครั้งใหญ่แบบเป็นระยะ เพื่อยกระดับดีไซน์ ประสบการณ์เข้าพัก และมาตรฐานด้านความยั่งยืน รองรับดีมานด์นักเดินทางคุณภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา

โรงแรมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ Hanoi Opera House และย่านเมืองเก่า เดินหน้ารีเฟรชภาพลักษณ์ภายใต้แนวคิด “A Night at the Opera” ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งโรงละครผ่านงานออกแบบที่ร่วมสมัยมากขึ้น โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ฝรั่งเศสยุคอาณานิคมและรายละเอียดสไตล์อาร์ตเดโคไว้เป็นแกนหลัก

ปรับครึ่งโรงแรมแล้ว เดินหน้าเฟสสุดท้ายปีนี้

การปรับปรุงระยะแรก (พฤษภาคม–ตุลาคม 2568) ครอบคลุมห้องพักและห้องสวีทราวครึ่งหนึ่ง ตั้งแต่ชั้น 1–4 รวมถึงห้องอาหารซิกเนเจอร์ 2 แห่ง ได้แก่ Lautrec และ Son Mai ขณะที่เฟสสุดท้ายเตรียมเริ่มในช่วงฤดูร้อนนี้ ครอบคลุมห้องพักที่เหลือ ล็อบบี้ สระว่ายน้ำ พื้นที่จัดเลี้ยง และโซนพักผ่อนต่าง ๆ

ตลอดช่วงรีโนเวต โรงแรมยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยทยอยส่งมอบพื้นที่ที่ปรับปรุงเสร็จแล้วเพื่อลดผลกระทบต่อแขกผู้เข้าพัก

ดีไซน์ใหม่: โอเปร่าผสานความเรียบเท่ร่วมสมัย

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ห้องพักและห้องสวีท ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ให้บาลานซ์ระหว่างความสง่างามแบบฝรั่งเศสยุคอาณานิคมกับความเรียบง่ายร่วมสมัย โทนสีเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจากเวทีโอเปร่า เช่น crimson, olive-gold และ warm ochre ถูกนำมาใช้คู่กับเฟอร์นิเจอร์และผ้าในรายละเอียดอาร์ตเดโคอย่างพอดี

ห้องน้ำถูกออกแบบให้คล้าย “ห้องแต่งตัวหลังเวที” ด้วยกระจกโต๊ะเครื่องแป้งสไตล์โอเปร่า กระเบื้องโมเสก และแสงไฟโทนอุ่น สร้างบรรยากาศดราม่าบนเวที แต่ไม่ตกแต่งหวือหวาเกินจำเป็น

ห้อง Grand Deluxe สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดเจน ด้วยเส้นสายเรียบ เท่ แต่ยังแฝงความหรูหราในรายละเอียด ส่วน Opera View Suite ถ่ายทอดมุมมองใหม่ของความคลาสสิกที่ตีความให้ทันสมัยมากขึ้น

Lautrec รีเทิร์น พร้อมครัวเปิด

Lautrec ห้องอาหารซิกเนเจอร์ กลับมาในรูปแบบใหม่ภายในเอเทรียม พร้อมแนวคิดครัวเปิด (open kitchen) ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารให้เป็น “โชว์” อีกหนึ่งรูปแบบ ตอกย้ำธีมโรงละครที่เป็นหัวใจของโรงแรม

นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดห้องสมุดเลานจ์บนชั้น 7 เป็นพื้นที่สงบเหนือเมือง เลานจ์กาแฟใหม่บนชั้น 2 และบูติกแบรนด์ลักชัวรีจากอิตาลีที่เชื่อมต่อถนนโดยตรง เพิ่มมิติด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ให้ครบวงจร

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน–ดันโรงแรมสีเขียว

เบื้องหลังดีไซน์ที่สวยงาม คือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความยั่งยืน ทั้งระบบชิลเลอร์ใหม่เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และแผงโซลาร์เซลล์บนดาดฟ้ากว่า 600 ตร.ม. คาดช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากโครงข่ายหลักได้ราว 5%

ความมุ่งมั่นด้าน ESG ยังสะท้อนผ่านความร่วมมือกับ VietHarvest ในการส่งต่ออาหารส่วนเกิน และการสนับสนุน The Blue Dragon Children’s Foundation อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงแรมได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 10 Best Green Hotels ของเวียดนาม จากเวที Vietnam Tourism Awards 2025

รับแรงส่งตลาดท่องเที่ยวเวียดนามโตต่อเนื่อง

การปรับโฉมครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดท่องเที่ยวเวียดนามกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางยุโรป เกาหลีใต้ จีน และอาเซียน ซึ่งมองหาโรงแรมบูติกระดับลักชัวรีที่มี “เรื่องราว” และเอกลักษณ์ชัดเจน มากกว่าความหรูหราแบบมาตรฐานสากลทั่วไป

ฮานอยในฐานะเมืองหลวงที่ผสานวัฒนธรรมเก่า–ใหม่ และมีแลนด์มาร์กอย่าง Hanoi Opera House เป็นจุดดึงดูดสำคัญของนักท่องเที่ยวคุณภาพ การรีเฟรชแบรนด์และประสบการณ์ของโรงแรมจึงถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อรักษาเรต ADR และความสามารถในการแข่งขันในเซ็กเมนต์อัปเปอร์อัพสเกลถึงลักชัวรี

“ไม่เปลี่ยนตัวตน แต่ขัดเกลาให้ชัดขึ้น”

Alberto J. Lugo-Vina ผู้จัดการทั่วไป ระบุว่า การปรับปรุงครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตนของโรงแรม แต่เป็นการขัดเกลาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยตั้งคำถามกับทุกองค์ประกอบว่า จะรักษาจิตวิญญาณแห่งโรงละครและมรดกทางวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายของนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างไร

เมื่อการปรับปรุงแล้วเสร็จในปี 2569 Hotel de l’Opera Hanoi – MGallery Collection จะไม่เพียงเป็นโรงแรมใกล้โอเปร่าเฮาส์ แต่จะกลายเป็น “เวที” ที่เล่าเรื่องเมืองฮานอยผ่านงานออกแบบ ศิลปะ และประสบการณ์การเข้าพักที่ละเมียดขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของตลาดท่องเที่ยวเวียดนามในทศวรรษใหม่.

Hotel de l’Opera HanoiMGallery Collectionpropertychannelข่าวอสังหาริมทรัพย์ฮานอยเกาะติดชีวิตคนเมืองเวียดนาม
Comments (0)
Add Comment