แอสเซทไวส์เร่งโตปี 69 ท่ามกลางตลาดทรงตัว ภูเก็ตแบกยอดขาย กรุงเทพฯยังไม่ฟื้น
แอสเซทไวส์เร่งเครื่องปี 2569 โตบนสมดุลใหม่ตลาดอสังหาฯ เป้ารายได้ 1.25 หมื่นล้านบาท โต 19% ท่ามกลางตลาดทรงตัว–ภูเก็ตยังเป็นพระเอก แต่ความท้าทายยังไม่จบ
ASW ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะ “ทรงตัวแบบมีแรงกดดัน” จากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวช้า ภาระหนี้ครัวเรือนสูง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการไม่กี่รายที่รักษาการเติบโตของยอดขายได้ต่อเนื่อง โดยอาศัยการบริหารสต๊อกเชิงรุก และการขยับพอร์ตไปยังทำเลท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตมากขึ้น

ปี 2568 โตแรงกว่าตลาด แต่พึ่งพาภูเก็ตสูง
ในปี 2568 แอสเซทไวส์ทำยอดขายรวมได้ 23,407 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 19,500 ล้านบาทราว 20% และเติบโต 21% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการระบายสต๊อกโครงการพร้อมอยู่ในช่วงที่ตลาดแข่งขันด้านราคาสูง
อย่างไรก็ตาม หากแยกโครงสร้างยอดขายจะพบว่า “ภูเก็ต” กลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยโครงการที่พัฒนาโดยบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อย สร้างยอดขายได้ถึง 13,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของยอดขายรวมทั้งกลุ่ม ขณะที่ตลาดกรุงเทพฯและปริมณฑลยังฟื้นตัวในอัตราที่จำกัด และพึ่งพากลุ่มเรียลดีมานด์เป็นหลัก

จุดแข็งของแอสเซทไวส์ในช่วงนี้ คือ การอ่านเกมตลาดได้ค่อนข้างแม่น เลือกเปิดโครงการในช่วงที่ซัพพลายใหม่ของคู่แข่งชะลอลง ทำให้การแข่งขันด้านราคาเริ่มผ่อนคลาย แต่ในอีกมุมหนึ่ง การพึ่งพาตลาดภูเก็ตในระดับสูง ก็ทำให้บริษัทมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะท่องเที่ยวโลก ค่าเงิน และดีมานด์จากต่างชาติ
แผนปี 2569 โตต่อ แต่ไม่ใช่เกมง่าย
สำหรับปี 2569 แอสเซทไวส์ตั้งเป้ายอดขาย 18,500 ล้านบาท และรายได้รวม 12,500 ล้านบาท เติบโต 19% จากปีก่อน โดยมีแบ็กล็อกรอรับรู้รายได้อยู่ที่ 32,861 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องถึงปี 2570 ตัวเลขแบ็กล็อกระดับนี้ถือเป็น “กันชน” สำคัญในช่วงที่ตลาดยังไม่ฟื้นเต็มที่
แผนเปิดตัวโครงการใหม่ 11 โครงการ มูลค่ารวม 17,555 ล้านบาท แบ่งเป็น
-
กรุงเทพฯและปริมณฑล 5 โครงการ มูลค่า 7,455 ล้านบาท
-
ภูเก็ต 6 โครงการ มูลค่า 10,100 ล้านบาท
ในกรุงเทพฯ บริษัทเลือกเดินเกมแบบ “ระมัดระวัง” มากขึ้น เปิดทั้งคอนโด แนวราบ และช็อปเฮาส์ ภายใต้โครงการมิกซ์ยูส “Wise Park รังสิต” บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ใกล้มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งสะท้อนความพยายามกระจายความเสี่ยงจากคอนโดเพียงอย่างเดียว แต่ทำเลระดับรังสิตยังเป็นตลาดที่อ่อนไหวต่อกำลังซื้อ และต้องใช้เวลาสร้างการรับรู้แบรนด์ในระยะยาว
ภูเก็ตยังเป็นพระเอก แต่ความเสี่ยงยังอยู่
ฝั่งภูเก็ตยังคงเป็นหัวใจหลักของการเติบโต โดยโฟกัสโครงการ Leisure Residence และพูลวิลล่าระดับกลาง–บน ครอบคลุมหลายทำเล ตั้งแต่ราไวย์ กมลา สุรินทร์ ไปจนถึงเกาะแก้ว จุดแข็งคือการตอบโจทย์ทั้งกลุ่มพักอาศัยจริงและนักลงทุนบ้านหลังที่สอง
อย่างไรก็ดี ตลาดภูเก็ตในช่วง 1–2 ปีข้างหน้าเริ่มมีสัญญาณซัพพลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากดีมานด์ต่างชาติชะลอ หรือเศรษฐกิจโลกสะดุด อาจกดดันอัตราการขายและราคาขายในระยะถัดไป
รายได้ประจำ: ทางรอดระยะยาว แต่ยังต้องพิสูจน์
อีกหนึ่งหมากสำคัญของแอสเซทไวส์ คือ การสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านธุรกิจฟิตเนส คลินิกสุขภาพ คอมมูนิตี้มอลล์ ธุรกิจบันเทิง และโรงแรม แม้แนวคิดจะช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจอสังหาฯ แต่ในเชิงตัวเลข รายได้จากกลุ่มนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะมีสัดส่วนที่ “มีนัยสำคัญ” ต่อรายได้รวม
สรุป: โตได้ แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้แม่น
แผนธุรกิจปี 2569 ของแอสเซทไวส์สะท้อนภาพผู้ประกอบการที่ยัง “โตสวนตลาด” ได้จากการเลือกทำเลและจังหวะเปิดโครงการที่เหมาะสม โดยเฉพาะในภูเก็ต อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการลดการพึ่งพาตลาดเดียว การควบคุมต้นทุนในภาวะดอกเบี้ยแม้เริ่มลดแต่ยังสูง และการทำให้ธุรกิจรายได้ประจำเติบโตจริง ไม่ใช่เพียงภาพในเชิงกลยุทธ์
ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้เอื้อให้ทุกคนโตพร้อมกัน ดีเวลอปเปอร์ที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ขยายเร็วที่สุด แต่คือคนที่บริหารความเสี่ยงได้แม่นที่สุด และปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของแอสเซทไวส์ในเกมนี้


