SB–Nirvana ผนึกกำลังยกระดับบ้านพรีเมียม ดันดีไซน์อินทีเรียร์สู่โมเดล Complete Living
ทิศทางการแข่งขันในตลาดบ้านระดับกลาง–บนเริ่มขยับจากการพัฒนาตัวสินค้าไปสู่การสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบครบวงจรมากขึ้น ล่าสุด SB Design Square ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Nirvana Development เพื่อพัฒนาโมเดลการส่งมอบบ้านรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “Complete Living Experience” ที่ผสานการพัฒนาโครงการกับงานออกแบบภายในและเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนการปรับยุทธศาสตร์ของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางพฤติกรรมผู้ซื้อบ้านระดับพรีเมียมที่ต้องการบ้านที่พร้อมใช้งานทันที ลดขั้นตอนการตกแต่งหลังโอนกรรมสิทธิ์ แต่ยังคงต้องสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างชัดเจน
โครงการแรกที่นำโมเดลความร่วมมือมาใช้คือ Nirvana Absolute Krungthep Kreetha ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับลักชัวรี โดยเน้นการออกแบบพื้นที่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ การไหลเวียนของอากาศ และบรรยากาศที่ให้ความเป็นส่วนตัว ภายใต้แนวคิด Functional Living
ในส่วนงานตกแต่งภายใน SB Design Square จะเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การกำหนดทิศทางการออกแบบอินทีเรียร์ การคัดเลือกและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ไปจนถึงการจัดองค์ประกอบพื้นที่และการเลือก Prop เพื่อสร้างบรรยากาศของบ้านให้สมบูรณ์ตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่อาศัย

พิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเอสบี เฟอร์นิเจอร์ กล่าวว่า กลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทคือการขยายบทบาทจากธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์สู่การเป็น Total Living Solutions Partner โดยความร่วมมือครั้งนี้ถูกวางให้เป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่สามารถต่อยอดไปยังโครงการอื่นในอนาคต
ศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nirvana Development ระบุว่า การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในปัจจุบันต้องเชื่อมโยงไปถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากกว่าตัวบ้านเพียงอย่างเดียว การนำงานออกแบบภายในเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาโครงการตั้งแต่ต้น จะช่วยเพิ่มทั้งมูลค่าสินทรัพย์และประสบการณ์การอยู่อาศัย
พร้อมกันนี้ บริษัทได้จัดแคมเปญส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านในโครงการของ Nirvana Development โดยมอบ Voucher มูลค่า 10,000 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าและบริการของ SB Design Square ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
ในเชิงอุตสาหกรรม ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มของตลาดบ้านลักชัวรีไทยที่กำลังขยับสู่โมเดล “Turnkey Living” มากขึ้น โดยผู้พัฒนาโครงการเริ่มผนึกพันธมิตรด้านการออกแบบและการใช้ชีวิต เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่การแข่งขันเริ่มย้ายจากเรื่องทำเลและราคา ไปสู่คุณภาพประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบครบวงจร.


